My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

หมุนล้อ…หมุนโลก

ใส่ความเห็น


[ที่มาภาพ bikeworks.org.uk]

1.
ชายคนหนึ่งทำงานให้องค์กรการกุศลและสนใจหยิบยื่นโอกาสแก่ผู้ขาดแคลน
ขณะที่ชายอีกคนหนึ่งชื่นชอบจักรยานและเป็นหุ้นส่วนบริษัทจักรยานเช่าแห่งหนึ่งในเมืองแคมบริดจ์
ทั้งคู่ไม่รู้จักกันโดยตรง แต่เมื่อโคจรมาเจอกันด้วยสถานภาพเพื่อนของเพื่อน
พวกเขากลับแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวคิดทางธุรกิจได้อย่างสอดคล้องถูกคอ
หลังจากนั้นไม่นานมิตรภาพของเดฟ มิลเลอร์ (Dave Miller) กับจิม เบลคมอร์ (Jim Blakemore)
ก็เติบโตเป็น “ไบค์เวิร์กส์” (Bikeworks) บริษัทเล็กๆ ย่านตะวันออกของกรุงลอนดอนในเดือนมีนาคม ปี 2007

แน่นอนว่าเดฟและจิมต้องคิดวางแผนงานธุรกิจเช่นเดียวกับบริษัทอื่นๆ
จะพิเศษกว่าก็ตรงที่พวกเขาให้ความสำคัญเรื่องความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม
โดยผูกโยงเข้ากับแนวคิดคืนประโยชน์สู่สังคมตั้งแต่เริ่มนับหนึ่งดำเนินงาน
ขณะที่บริษัทหลายต่อหลายแห่งมักเลือกเดินบนเส้นทางนี้ก็ต่อเมื่อประสบความสำเร็จในการสร้างกำไรก้อนโต
หรือต้องการใช้ภาพบวกเกลื่อนกลบการดำเนินงานที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

ลำพังภารกิจหลักด้านการรณรงค์ส่งเสริมให้ผู้คนหันมาขี่จักรยาน
ในฐานะตัวเลือกการคมนาคมที่ยั่งยืนในเขตเมือง
ก็ประกาศความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของไบค์เวิร์กส์ชัดเจนแล้ว
ทว่าสองหนุ่มยังเลือกเพิ่มดีกรีสีเขียวให้เข้มขึ้นด้วยโครงการยืดอายุเจ้าสองล้อคันเก่า

แม้ร้อยละ 97 – 98 ของชิ้นส่วนที่ประกอบขึ้นเป็นจักรยานหนึ่งคัน จะสามารถส่งเข้ากระบวนการรีไซเคิลได้
แต่ส่วนใหญ่ของจักรยานปลดระวาง (ทั้งที่เหมาะสมตามเวลาและก่อนเวลาอันควร) ทั่วเกาะอังกฤษ
กลับถูกโยนลงหลุมฝังกลบ เดฟและจิมจึงยื่นมือเข้ามาแก้ไขความไม่เข้าท่านี้
โดยรับบริจาคจักรยานเก่าทุกสภาพจากชุมชน
เพื่อนำมาขัดสีฉวีวรรณ ซ่อมแซมความเสียหาย ถอดทิ้งชิ้นส่วนสภาพเดี้ยง
โยกย้ายชิ้นส่วนสภาพดีจากจักรยานคันอื่นมาแทนที่ แล้ววางขายในราคา 40 – 120 ปอนด์
มีให้เลือกตั้งแต่เสือภูเขาไปจนถึงจักรยานวินเทจยุค 70

นอกจากเป็นหนึ่งช่องทางสร้างรายได้ของไบค์เวิร์กส์
มันยังแสดงถึงการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าอย่างเป็นรูปธรรม
ในระยะเวลาหนึ่งปี ทีมงานของเดฟและจิมรียูสชิ้นส่วนโลหะและอะลูมิเนียมราวๆ 18,000 กิโลกรัม
ชุบชีวิตจักรยานได้ไม่ต่ำกว่า 1,200 คัน และไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้
เพราะพวกเขาตั้งเป้าหมายเล็กๆ ไว้ที่ 50 คันต่อวัน และวาดฝันเป้าหมายบิ๊กเบิ้มไว้ที่
การพัฒนาโครงการรียูสและรีไซเคิลจักรยานในสเกลของโรงงานอุตสาหกรรมนั่นเอง

2.

[ภาพ : Jonathan Goldberg]
[ที่มาภาพ photoshelter.com]

“พวกเราง่วนอยู่กับการทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่า
จักรยานและการปั่นจักรยานสามารถจัดการปัญหาสังคม เศรษฐกิจ
และสิ่งแวดล้อม อย่างน้อยก็ในระดับท้องถิ่นได้อย่างไร”
เดฟกล่าวถ้อยคำนี้และลงมือปฏิบัติด้วยความเชื่อมั่น
จึงไม่น่าแปลกใจที่อีกเนื้องานหลักของไบค์เวิร์กส์
จะเป็นการเปิดคอร์สอบรมการขี่จักรยานและการซ่อมจักรยาน

จริงอยู่ การปลุกกระแสขี่จักรยานในเมืองเป็นเรื่องสำคัญ
แต่การขี่จักรยานอย่างปลอดภัยนั้นสำคัญยิ่งกว่า
สองหนุ่มไม่อยากแค่รณรงค์ปาวๆ ไปวันๆ แต่ต้องการชักชวนผู้คนให้ย้ายก้นขึ้นอาน
พร้อมกับสร้างนักปั่นจักรยานที่ดี ซึ่งมีคุณสมบัติ 3 ข้อ คือ
ความระมัดระวัง ทักษะการควบคุมจักรยาน และความมั่นใจ
เพื่อลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการขี่จักรยาน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องใช้ถนนร่วมกับยวดยานพาหนะอื่นๆ หรือต้องรับมือกับเหตุฉุกเฉินต่างๆ

ไบค์เวิร์กส์จึงเปิดสอนการขี่จักรยานแก่ผู้สนใจทุกเพศวัยและทุกสภาพร่างกาย
ตั้งแต่เด็กน้อยวัย 5-6 ขวบไปจนถึงคุณปู่วัยเกินหกสิบ
ตั้งแต่ผู้มีร่างกายปกติไปจนถึงผู้บกพร่องทางร่างกาย
ผู้มีอาการอัมพาตที่ขา ผู้ที่นั่งวีลแชร์ รวมถึงเด็กออทิสติก
โดยเตรียมจักรยานหลายรูปแบบไว้รองรับความต้องการที่แตกต่างของผู้เข้าอบรม
เช่น จักรยานสามล้อ จักรยานแบบนั่งกึ่งนอน
จักรยานที่ประกอบเข้ากับวีลแชร์และขับเคลื่อนด้วยแรงหมุนของสองมือ เป็นต้น

ครูสอนขี่จักรยานของไบค์เวิร์กส์คนหนึ่งเล่าว่า
การทรงตัวและปั่นจักรยานไปข้างหน้าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเด็กออทิสติกขั้นรุนแรง
เราจึงต้องออกแบบจักรยานพิเศษเพื่อให้เขานั่งผ่อนคลายสบายๆ
และเรียนรู้การควบคุมให้มันเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้อย่างสนุกสนาน

“เด็กหญิงคนหนึ่งเป็นอัมพาตและไม่สามารถบังคับเท้าให้วางบนแป้นถีบได้เลย
แต่เราก็ค่อยๆ ฝึกฝนเธอทีละน้อย กระทั่งเธอปั่นจักรยานไปโรงเรียนได้เอง
แม่ของเด็กหญิงบอกว่า มันเปลี่ยนโลกของเธอไปอย่างสิ้นเชิงและทำให้เธอมีความมั่นใจมากขึ้น”

กิจกรรมนี้ฟรีสำหรับคนในชุมชนและคนไร้บ้าน
แต่จะคิดค่าดำเนินการอบรมในกรณีที่บริษัทหรือหน่วยงานใด
ต้องการให้จัดเวิร์กชอปแก่กลุ่มพนักงานในองค์กร
เพื่อร่วมสร้างกระแสขี่จักรยานไปทำงาน

ส่วนการซ่อมจักรยานนั้นเป็นทักษะที่ฝึกฝนได้
ไบค์เวิร์กส์ขวนขวายหาแหล่งทุนสนับสนุน
และเปิดอบรมฟรีสัปดาห์ละ 2 วัน ต่อเนื่องนาน 3 เดือน
ไม่เพียงตั้งใจให้นักขี่มือใหม่มือเก่าสามารถซ่อมบำรุงจักรยานได้เอง ยังเน้นการสร้างอาชีพให้กลุ่มคนไร้บ้าน
ซึ่งเมื่อจบคอร์สผู้ร่วมอบรมที่มีความชำนาญมากพอจะได้ประทับตรา “ช่างมืออาชีพ”
บางส่วนได้รับการจ้างเป็นพนักงานประจำของไบค์เวิร์กส์
บางส่วนได้วิชาติดตัวไปสมัครเป็นช่างซ่อมจักรยานหรือเปิดร้านซ่อมจักรยานของตนเอง

อดีตชายไร้บ้านวัย 43 ปีที่ผ่านการฝึกทักษะซ่อมจักรยานกระทั่งกลายเป็นทีมงานไบค์เวิร์กส์เปิดเผยว่า
“ผมมีเงินเลี้ยงตัวเอง หาเช่าที่พักเอง ไม่ต้องรอรับการสงเคราะห์จากรัฐอีกแล้ว
ไบค์เวิร์กส์ช่วยฟื้นฟูความรู้สึกเคารพตัวเอง สร้างความภูมิใจ และทำให้ผมได้ชีวิตกลับคืนมา”

3.
ความพยายามของคู่หูแห่งไบค์เวิร์กส์ผ่านไป 5 ปีเต็ม
โดยมีรางวัลจากหลายรายการมาช่วยการันตีความสำเร็จ
อาทิ รางวัลผู้ประกอบการเพื่อสังคมหน้าใหม่ยอดเยี่ยม
รางวัลธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมยอดเยี่ยม เป็นต้น

ล่าสุด พวกเขาชนะประมูลการร่วมจัดกิจกรรมรอบสนามแข่งขันกีฬาโอลิมปิกลอนดอน 2012
นอกจากจะได้โอกาสเปิดซุ้มให้บริการเช่าจักรยานแล้ว
ยังจัดโปรแกรมทัวร์ปั่นจักรยานเที่ยวสนามกีฬาสำคัญๆ ที่ใช้จัดการแข่งขันโอลิมปิก
เช่น สนามวิมเบิลดัน สนามเวมบลีย์ สวนสาธารณะไฮด์ปาร์คสำหรับไตรกีฬา ฯลฯ
มีให้เลือกออกแรงทั้งระยะสั้น 2 – 3 ชั่วโมง ระยะกลาง 4 – 5 ชั่วโมง และระยะไกล 6 – 8 ชั่วโมง
นำทางโดยไกด์จักรยานผู้ชำนาญและมีประสบการณ์ ในสนนราคาที่นัก (อยาก) ปั่นเอื้อมถึง

ไบค์เวิร์กส์เป็นหนึ่งในตัวอย่างธุรกิจที่ผ่านการคิด วางแผน และดำเนินการได้อย่างลงตัว
ภารกิจหมุนล้อของจิมและเดฟไม่เพียงสร้างกำไรให้บริษัทอยู่รอดและเติบโตอย่างช้าๆ
แต่ยังทำหน้าที่หมุนเวียนใช้ซ้ำทรัพยากรและหมุนชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้นได้ในคราวเดียวกัน
ช่างเป็นงานที่ขับเคลื่อนโลกด้วยท่าทีเหมาะสมโดยแท้

“เครื่องมือง่ายๆ อย่างจักรยานสามารถสร้างผลลัพธ์ยิ่งใหญ่ได้”
จิม เบลคมอร์ กล่าวไว้อย่างนั้น…แล้วมันก็เป็นจริงเสียด้วยสิ

หมายเหตุ-บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกผ่านทางคอลัมน์คนหมุนโลกบนเว็บไซต์ของมูลนิธิโลกสีเขียว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s