My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

ปริศนาซากนกในท้องฉลาม

ใส่ความเห็น


[ภาพ : ห้องปฏิบัติการทางทะเลเกาะโดฟิน (Dauphin Island Sea Lab)]
[ที่มาภาพ blog.al.com]

นับได้สองปีแล้วที่ทีมนักวิทยาศาสตร์ทางทะเล
จากห้องปฏิบัติการทางทะเลเกาะโดฟินพบชิ้นส่วนต่างๆ ของนก
ไม่ว่าจะเป็นปาก ปีก ขา ขนที่เกาะรวมเป็นก้อน ไปจนถึงซากนกทั้งตัว
ในท้องของฉลามเสือราว 50 ชีวิตซึ่งพวกเขาจับได้นอกชายฝั่งทะเลอลาบาม่า

ด้วยเหตุที่มัวแต่จดจ่ออยู่กับโครงการวิจัยและสำรวจฉลาม
ก็เลยไม่มีใครเอะใจหรือนึกเชื่อมโยงเบาะแสดังกล่าว
เข้ากับแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเลที่โผล่ผุดในอ่าวเม็กซิโก

กระทั่งเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว สมาชิกในทีมอ่านเจอบทความชิ้นหนึ่ง
มันเป็นผลการศึกษาของหน่วยงานรัฐที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 2005
และเขียนอธิบายปรากฏการณ์ “Nocturnal Circulation”
ซึ่งหมายถึงพฤติกรรมของนกอพยพที่บินข้ามอ่าวเม็กซิโก
ในช่วงค่ำคืนเมฆหมอกหนาทึบและโดนรบกวนจากแสงไฟระยิบของแท่นขุดเจาะ
ทำให้ออกอาการสับสนทิศทางและบินวนรอบแท่นขุดเจาะนานหลายชั่วโมง
จนเหนื่อยล้า ร่วงลงสู่ท้องทะเล และตายในที่สุด

…ปริศนากระจ่างแล้ว
นกอพยพที่อ่อนแรงตกลงมาเป็นอาหารของฉลามเสือนั่นเอง
พวกเขาเจอหลักฐานเด็ดซึ่งยืนยันผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ของแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเลโดยบังเอิญ

นกเหล่านี้ต้องบินไกลราว 800 ไมล์ข้ามอ่าวเม็กซิโกปีละสองครั้งตามฤดูกาลอพยพ
พวกมันเป็นนกบก ไม่ใช่นกทะเล มันว่ายน้ำไม่เป็น
เมื่อร่วงลงสู่ทะเลต่อให้รอดพ้นปากฉลามไปได้ก็จมน้ำตายอยู่ดี

ประเด็นสำคัญก็คือ ผลการศึกษาฉบับดังกล่าวเสนอให้ทำการวิจัยเชิงลึกต่อไป
ทว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ตามติดเพื่อประเมินผลกระทบ กลับเพิกเฉยมานานเกือบ 7 ปี
ทั้งๆ ที่แท่นขุดเจาะจำนวนมากนี้ตั้งอยู่ใจกลางเส้นทางอพยพเลยทีเดียว

ปรากฏการณ์ “Nocturnal Circulation” ไม่ได้เกิดขึ้นที่อ่าวเม็กซิโกเท่านั้น
แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบในน่านน้ำทะเลเหนือก็เผชิญปัญหานี้เช่นกัน
แต่บริษัทน้ำมันและก๊าซสองแห่งของประเทศเนเธอร์แลนด์
เลือกทำงานวิจัยหาทางออกและลงมือลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ปี 2009
ด้วยวิธีการง่ายๆ เพียงเปลี่ยนหลอดไฟบนแท่นขุดเจาะจากสีเหลืองหรือสีขาวเป็นสีเขียว
เท่านี้ก็ช่วยลดจำนวนนกอพยพเคราะห์ร้ายลงได้ถึงร้อยละ 50-90 แล้ว

ขณะที่การเตะถ่วงของหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เกี่ยวข้อง
กลับทำให้พวกเขาพลาดโอกาสที่จะแก้ปัญหาได้ทันท่วงที
ทีมนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลจึงวางแผนตีพิมพ์ข้อค้นพบล่าสุดนี้
และหาทุนสนับสนุนเพื่อทำวิจัยเพิ่มเติมกันเอง

โดยจะตรวจสอบดีเอ็นเอของตัวอย่างขนนกที่พบในท้องฉลามเสือ
เพื่อจำแนกชนิดพันธุ์ของนกอพยพเคราะห์ร้ายให้ครบถ้วนเป็นอย่างแรก
จากนั้นจะติดตามเส้นทางการอพยพ
ประเมินจำนวนนกอพยพที่ตายเพราะแสงไฟจากแท่นขุดเจาะ
หรือหาทางบรรเทาผลกระทบก็ค่อยว่ากันอีกที

ตีพิมพ์ครั้งแรกใน “NEIGHBOURS MATTERS”
นิตยสาร IMAGE ปีที่ 25 ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s