My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

คู่ซี้ซ่อมได้

ใส่ความเห็น


[ที่มาภาพ ifixit.com]

1.
สิ่งที่ปรากฏอยู่ด้านบนคือไอแพด 3
ถ้าจะเรียกให้ตรงตัวกว่านั้นต้องเติมคำนำหน้าว่า “อดีต” เข้าไปด้วย
เพราะเมื่อราว 5 ชั่วโมงก่อน สภาพของมันเมื่อแรกแกะกล่อง
ยังสมบูรณ์ ใหม่กิ๊ก และพร้อมใช้งานอยู่เลย
ทว่าในที่สุดก็โดนมือดีชำแหละเปิดแผ่ทุกซอกมุม
แล้วแยกอวัยวะภายในทั้งหมดออกมาเรียงอย่างเป็นระเบียบสวยงาม

ไม่ใช่แค่ไอแพด 3 เท่านั้น ไอแพดเจนเนอเรชั่นก่อนนี้และญาติพี่น้องตระกูลแอ๊ปเปิ้ล
ไม่ว่าจะเป็นไอโฟน ไอพอด ไอแมค แมคบุ๊ก แมคมินิ
ข้ามไปจนถึงแทบเล็ตในสังกัดกาแลคซี่ และแก็ดเจ็ตอื่นๆ ซึ่งเป็นที่นิยมใช้งาน
กระทั่งไอโฟน 5 น้องใหม่ล่าสุดของวงการ…ล้วนโดนเปลือยในลักษณะนี้มาแล้ว

นี่ไม่ใช่เรื่องอดิเรกของคนมือซนหรอกนะ
แต่มันเป็นงานที่สนุกสนานของวิศวกรและช่างเทคนิคในสังกัด “iFixit” ต่างหาก
พวกเขาบรรจงถอดแกะทีละขั้น และบันทึกภาพทีละตอน
เพื่อใช้เป็นภาพประกอบคู่มือพื้นฐานสำหรับการชำแหละแก็ดเจ็ตแต่ละรุ่น
ซึ่งเขียนบรรยายด้วยถ้อยคำที่เข้าใจง่ายและเป็นมิตรกับผู้อ่าน

แถมยังระบุดีกรีความยากง่ายในการรื้อข้าวของไฮเทคเหล่านั้นด้วยตัวเลขคะแนน
โดยไล่เรียงจากยากสุดที่ 1 คะแนนไปจนถึงง่ายสุดที่ 10 คะแนนเต็ม
โดยไอแพด 3 เครื่องนี้ได้ไปแค่ 2 คะแนน
ด้วยเหตุผลที่ว่า…ส่วนประกอบต่างๆ เชื่อมติดกันด้วยกาว
จึงยากจนเกือบจะเป็นไปไม่ได้หากต้องถอดแกะเพื่อเปลี่ยนหน้าจอแตกร้าว
เปลี่ยนแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ หรือแม้แต่แยกชิ้นส่วนเพื่อส่งเข้ากระบวนการรีไซเคิล

ส่วนเพื่อนร่วมสังเวียนแทบเล็ตอย่างซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต คว้าไปถึง 8 แต้ม
เพราะแค่เปิดฝาหลังออกก็สามารถถอดเปลี่ยนอะไหล่แต่ละชิ้นได้อย่างง่ายดาย
โดยไม่ต้องโยกย้ายส่วนประกอบใดๆ ที่อยู่ข้างเคียง

“แอปเปิ้ลกล่อมให้ผู้คนคิดคล้อยตามไปว่า เมื่อใดก็ตามที่แบตเตอรี่เสื่อม
นั่นหมายความว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นใช้การไม่ได้แล้ว และคุณต้องซื้อเครื่องใหม่สถานเดียว”
ไคลน์ เวียนส์ (Kyle Weins) ผู้ร่วมก่อตั้งไอฟิกซ์อิท กล่าวแสดงความเห็น

ฟังแล้วรู้สึกจี๊ดๆ ขึ้นมาเลยเชียว สำหรับหลักคิดการออกแบบและผลิตสินค้า
ที่เน้นสร้างกำไรโดยไม่แยแสการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าของแบรนด์ยอดนิยมนี้


[ที่มาภาพ ifixit.com]
2.
ไอฟิกซ์อิท (iFixit) เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกัน
อ่านชื่อปร๊าดเดียวก็รู้ว่าดำรงอยู่เพื่อภารกิจ “ซ่อมได้”
ก่อร่างขึ้นในปี 2003 โดยไคลน์ เวียนส์ และลุก โซลเลส (Luke Soules)
เมื่อครั้งที่ทั้งคู่ยังเป็นนักศึกษาหน้าใสวัยเฟรชชี่แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียโปลีเทคนิค

แนวคิดของไอฟิกซ์อิทจุดประกายจากความพยายามของสองหนุ่ม
ที่จะซ่อมไอบุ๊ก (แลปท๊อปรุ่นแรกๆ ของแอ๊ปเปิ้ล) กันเองภายในหอพัก
แต่เผชิญอุปสรรคมากมาย นอกจากหาซื้ออะไหล่ไม่ได้แล้ว ยังไม่มีใครชี้แนะวิธีการซ่อม

ในที่สุดก็เจอทางออก พวกเขาสอยเครื่องรุ่นเดียวกันที่พังแล้วจากอีเบย์มาชำแหละดูเครื่องเคราภายใน
ชิ้นไหนยังใช้ได้ก็เอามาเป็นอะไหล่เปลี่ยนใส่เครื่องตัวเอง จากนั้นก็ลงมือเขียนคู่มือการซ่อมไอบุ๊กในลักษณะฮาวทู
เสร็จแล้วยังส่งไปทดสอบความเข้าใจกับนักเรียนศิลปะ (ที่มักขาดแคลนทักษะงานช่างอิเล็กทรอนิกส์) ด้วยนะ
ว่า อ่านกันรู้เรื่องหรือไม่

จากนั้นจึงขยับขยายเขียนคู่มือการซ่อมแก็ดเจ็ตโน่นนี่นั่นในแบบฉบับของตัวเอง
บางชิ้นก็เขียนคู่มือพื้นฐานการชำแหละก่อนจะต่อยอดใช้ในการเขียนอธิบายวิธีซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่
เมื่อแก็ดเจ็ตชิ้นนั้นๆ ออกอาการเกเร เช่น แบตเตอรี่เสื่อม ปุ่มกดไม่ทำงาน
หรือเมื่อพังเสียหายในระดับที่ยังซ่อมได้ เช่น จอร้าว เคสแตก
โดยคู่มือแต่ละฉบับจะระบุเวลาที่ใช้ในการทำงานและแบ่งระดับความยากเป็น 3 ขั้น
คือ ง่าย ปานกลาง และยาก เอาไว้ด้วย

สารพัดคัมภีร์การซ่อมทั้งหมดถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ http://www.ifixit.com
ให้คนจากทุกมุมโลกเข้ามาอ่านขุมความรู้งานช่างกันฟรีๆ ไม่มีหวงหรือกั๊กวิชา
แถมยังใจดีให้เผยแพร่ต่อๆ กันไป (แว่วว่าแพร่หลายมากกับร้านซ่อมในประเทศจีน)
ระยะหลังก็เพิ่มคู่มือการซ่อมกล้อง ซ่อมรถยนต์ ไปจนถึงการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
เช่น ชุดโฮมเธียเตอร์ ไมโครเวฟ เครื่องชงกาแฟ เครื่องปิ้งขนมปัง และอื่นๆ
…จนเรียกว่า “นับไม่ถ้วน” แล้วตอนนี้

หากสนุกกับการซ่อมแล้วสนใจจะร่วมแจมเขียนคู่มือการซ่อมมาเผยแพร่บ้าง พวกเขายิ่งยินดี
โดยกำหนดรูปแบบการเขียนให้ยึดเป็นแนวทางและทีมงานขออนุญาตตรวจสอบความถูกต้องเสียก่อน
ส่วนคู่มือที่เขียนไปแล้ว หากผู้ใช้รายใดพบเจอข้อผิดพลาดสามารถแจ้งกลับมาเพื่อร่วมกันแก้ไขให้สมบูรณ์ได้เสมอ

แต่บริษัทต้องมีรายได้ เวียนส์และโซลเลสจึงเลือกขายอะไหล่ที่จำเป็นสำหรับงานซ่อมกับอุปกรณ์งัดแงะ
ที่ iFixit ออกแบบและผลิตขึ้นเองเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักซ่อมมือสมัครเล่น
ซึ่งสร้างรายได้มากกว่าสองล้านดอลลาร์ต่อปี

การยืนระยะมานานเกือบสิบปีบวกกับตัวเลขจากยอดขายยืนยันว่า
ไอฟิกซ์อิทตอบโจทย์ลูกค้าที่อยาก “ซ่อมได้” อย่างเหมาะเจาะและสามารถอยู่รอดปลอดภัยในทางธุรกิจได้เช่นกัน


[ที่มาภาพ motherjones.com]
3.
ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Waste) หรือ “อี-เวสต์” (E-Waste)
เป็นคำเรียกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด
ที่หมดสภาพการใช้งาน ทั้งตามเวลาอันควรและก่อนเวลาอันควร

จากภายนอกมันดูจะเป็นขยะที่ไม่น่ารังเกียจอะไร
แต่ที่ซ่อนอยู่ภายในชิ้นส่วนต่างๆ คือสารเคมีหลากชนิดและหลายดีกรีความเป็นพิษ
อาทิ ตะกั่ว ปรอท สารหน่วงการติดไฟ ซึ่งหากนำไปเผา ฝังกลบ หรือกำจัดอย่างไม่ถูกวิธี
สารเคมีที่แฝงอยู่จะกลายเป็นมลพิษที่ปนเปื้อนสู่อากาศ ดิน และแหล่งน้ำ

รีไซเคิลจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ภายใต้เงื่อนไข…
ต้องรื้อแยกชิ้นส่วนตามประเภทของวัตถุดิบอย่างถูกต้องและระมัดระวัง เพื่อนำกลับมาเข้าสู่กระบวนการผลิตอีกครั้ง

แต่ในความเป็นจริง
การดำเนินการตามขั้นตอนของกรอบกฎหมายสิ่งแวดล้อมและโดยคำนึงถึงสวัสดิภาพของแรงงานทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น
จึงกลายเป็นว่า อี-เวสต์ส่วนใหญ่ของโลกถูกขนส่งขึ้นเรือไปยังจีน อินเดีย และปากีสถาน
ซึ่งกฎหมายสิ่งแวดล้อมเจือจางและค่าแรงแสนถูก
คนงานผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ก็เลยรื้อๆ แงะๆ แกะชิ้นส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์กันตามอัธยาศัย
โดยปราศจากอุปกรณ์ป้องกันการสัมผัสหรือสูดดมไอระเหยของสารพิษ

บริษัทขนาดเล็กที่มีพนักงานยี่สิบกว่าชีวิตอย่างไอฟิกซ์อิท
จึงเป็นกิจการขายอะไหล่และอุปกรณ์ซ่อมข้าวของอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเติบโตขึ้นด้วยบิ๊กไอเดีย
นั่นคือความคาดหวังที่จะสร้างแรงกระตุ้นไซซ์ย่อมๆ ให้ผู้ใช้คันมือคันไม้ลองซ่อมแก็ดเจ็ตของตัวเอง

สองหนุ่มตระหนักดีว่า การเปลี่ยนวิธีคิดและพฤติกรรมของผู้คน
โดยเฉพาะในยุคที่กระแสบริโภคนิยมเชี่ยวกรากนั้นเป็นเรื่องยากไม่แพ้เข็นครกขึ้นภูเขา
แต่เสียงตอบรับจากสมาชิกชุมชนไอฟิกซ์อิทในโลกออนไลน์ซึ่งมีจำนวนราวๆ ห้าหมื่นคน
และผู้ที่ใช้ประโยชน์จากขุมข้อมูลงานซ่อมโดยไม่ยอมเปิดเผยตัวอีกหลายล้านคน
ต่างก็เป็นแรงหนุนที่ทำให้ทั้งคู่มั่นใจว่า เลือกเดินไม่ผิดเส้นทาง

ในออฟฟิศของเวียนส์มีแผนที่ระบุตำแหน่งของนักซ่อมได้หลายชีวิต
ซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นลูกค้าและภายหลังกระโดดเข้ามาเขียนคู่มือการซ่อมเพื่อเผยแพร่ร่วมกับทีมงานไอฟิกซ์อิท

“คนพวกนี้ไม่ได้เรียกตัวเองว่าเป็นนักซ่อมผู้ยิ่งใหญ่ที่จะปลุกกระแสต่อต้านการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
พวกเขาแค่แก้ปัญหาเท่านั้น” เวียนส์กล่าวเรียบๆ

ทว่าวิธีการแก้ปัญหาของนักซ่อมเหล่านั้น รวมถึงแนวคิดของทีมงานไอฟิกซ์อิท มิใช่เรื่องพื้นๆ ธรรมดาๆ
เพราะนอกจากจะสะท้อนความเป็นนายของเทคโนโลยีที่ใช้มันอำนวยความสะดวกให้ชีวิต
พังเสียหายเมื่อใดก็ซ่อมแซมเพื่อต่ออายุใช้งาน แทนที่จะวิ่งไล่ตามสอยแก็ดเจ็ตรุ่นใหม่ๆ มาครอบครอง
ยังเป็นการแสดงออกเพื่อขัดขืนโดยสุภาพต่อแฟชั่นบริโภคนิยมอีกด้วย

…และท่าทีขัดขืนโดยสุภาพของหัวใจสีเขียวนี้เองคือ ความพิเศษที่น่าชื่นชม

หมายเหตุ-บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกผ่านทางคอลัมน์คนหมุนโลกบนเว็บไซต์ของมูลนิธิโลกสีเขียว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s