My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

นุ่งน้อยห่มน้อย

ใส่ความเห็น

project333
[ที่มาภาพ theproject333.com]

1.
จะทำได้ไหม จะรู้สึกอย่างไร หากต้องจำกัดตัวเองไว้กับเครื่องแต่งกายน้อยชิ้น…
ให้เวลาสักอึดใจ ลองคิดคำตอบเล่นๆ แล้วค่อยขยับสายตาอ่านย่อหน้าถัดไป

น้อยชิ้นในความคิดของใครต่อใครจะเป็นเท่าไหร่บ้างก็ไม่รู้
แต่สำหรับผู้เทใจให้กระแสแฟชั่นมินิมอลลิสต์และกระโดดเข้าร่วม “โปรเจ็คต์ 333”
มันหมายถึง เครื่องแต่งกายจำนวน 33 ชิ้นที่ต้องวนเวียนสวมใส่ภายในช่วงเวลา 3 เดือน

เป็น 33 ชิ้นซึ่งนับรวมเสื้อผ้า รองเท้า หมวก เครื่องประดับ แว่นกันแดด
และอะไรทั้งหลายแหล่ที่จะขึ้นไปอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายเมื่อก้าวเท้าออกจากบ้าน
แต่ไม่นับรวมชุดชั้นใน ชุดนอน ชุดอยู่บ้าน ชุดออกกำลังกาย
และสิ่งที่สวมใส่ติดตัวตลอดเวลา เช่น แหวนแต่งงาน

โดยกำหนดหลักปฏิบัติกว้างๆ เอาไว้…
ให้เลือกเครื่องแต่งกาย 33 ชิ้นจากสิ่งที่มีอยู่
แล้วย้ายข้าวของทั้งหมดที่ไม่ถูกเลือกออกจากตู้เสื้อผ้า
รวบรวมบรรจุใส่กล่อง ปิดผนึกให้มิดชิดแน่นหนา
แถมยังต้องกำชับใจอย่าได้รื้อออกมาก่อนจะครบยก
จากนั้นจึงจัดเรียงเครื่องแต่งกายน้อยชิ้นกลับเข้าสู่ตู้เสื้อผ้า
ซึ่งแน่นอนว่า สภาพแออัดยัดทะนานจะหายวับ กลายเป็นโล่งโปร่งในพริบตา

ด้วยเหตุที่เราจะต้องสวมใส่เจ้าพวกนี้ไปทำงาน ไปเที่ยว ไปดินเนอร์
และไปไหนต่อไหนในช่วง 3 เดือนข้างหน้า
จึงมีคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ สำหรับผู้ร่วมขบวนการหน้าใหม่

หนึ่ง…วางแผน “มิกซ์แอนด์แมตซ์” ล่วงหน้าดีๆ ถ้าอยากเป๊ะให้ตลอดรอดฝั่ง
สอง…เลือกเฉพาะสิ่งที่สวมใส่ได้พอดี อย่าหยิบพวกที่หลวมเกินหรือคับไปเข้ามาไว้ในโควต้า
สาม…เลือกชิ้นที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน หากเป็นตัวโปรด แต่ชายรุ่ย กระดุมหลุม
หรือมีร่องรอยชำรุด ก็ควรซ่อมแซมให้เรียบร้อยเสียก่อน
และสี่…ข้อสุดท้ายที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ นี่เป็นกติกาความท้าทายที่สร้างสรรค์และสนุกสนาน
ไม่ใช่เงื่อนไขแห่งความทุกข์ทรมาน ฉะนั้น อย่าลงมือทำด้วยอาการขมขื่นฝืนทน
เดี๋ยวจะพาลหงุดหงิดและผิดคอนเซ็ปต์เสียเปล่าๆ

ถ้าผ่าน 3 เดือนแรกได้ ค่อยเปิดกล่องคลังสมบัติ
เพื่อเลือกเครื่องแต่งกายอีก 33 ชิ้นเป็นคอลเลคชั่นใหม่สำหรับ 3 เดือนถัดไป
ข้าวของที่เหลือจากการเลือกก็เก็บลงกล่องและปิดผนึกเช่นเดิม
ส่วนคอลเลคชั่นที่แล้ว หากมีชิ้นใดใน 33 ชิ้นที่ไม่ถูกหยิบมาใส่เลย
ลองทบทวนดีๆ บางทีส่งต่อให้เพื่อนพ้องน้องพี่หรือคนที่เหมาะสม
เขาอาจใช้ประโยชน์ได้มากกว่าที่เราจะปล่อยมันนอนนิ่งๆ หรือเก็บไว้ให้รกบ้าน

ถึงบรรทัดนี้อยากให้ถามตัวเองด้วยประโยคแรกอีกที
คำตอบที่ทดไว้ในใจเปลี่ยนไปหรือยังเหมือนเดิม

Courtney Carver
[ที่มาภาพ theproject333.com]

2.
โปรเจ็คต์ 333 ก่อร่างขึ้นในเดือนสุดท้ายของปี 2010
จากไอเดียของหญิงอเมริกันที่ชื่อ คอร์ตนี่ย์ คาร์ฟเวอร์ (Courtney Carver)
จากนั้นจึงออกสตาร์ตการลงมือ เมื่อโลกหมุนเข้าสู่วันแรกของปี 2011
และถือได้ว่าเป็นหนึ่งในปฏิบัติการซึ่งสะท้อนความพยายามใช้ชีวิตตามวิถี “มินิมอลลิสม์” อย่างโดดเด่นเห็นรูปธรรม

อธิบายโดยรวบรัด มินิมอลลิสม์ (Minimalism) เป็นแนวคิดศิลปะสมัยใหม่
ซึ่งเน้นการลดทอนรายละเอียด ตัดทิ้งสิ่งรุ่มร่ามรุงรัง
จนเหลือเพียงใจความสำคัญที่เรียบง่าย
เมื่อปรับมาเป็นไลฟ์สไตล์ย่อมหมายถึงความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย
ตัดทิ้งส่วนเกิน (ทั้งข้าวของและกิจกรรม) ที่ไม่จำเป็นออกไปจากชีวิต
เหลือไว้แต่สิ่งที่คิดหรือให้น้ำหนักว่าสำคัญต่อการดำรงอยู่เท่านั้น

คอร์ตนี่ย์ยอมรับตามตรง
โปรเจ็คต์ 333 ประกาศความเป็นขบถต่อ “อเมริกัน ดรีม” โดยโจ่งแจ้ง
ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอเองก็เคยตกอยู่ในวังวนของการไล่ล่า
และนำพาตัวเองไปให้ถึงปลายทางความฝันแบบมะริกันชน
เช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ร่วมประเทศ

ผู้หญิงคนนี้เติบโตขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศของเทศกาลลดราคา
แม่ของเธอเป็นนักช้อปสินค้าเซลล์ตัวยง
จึงไม่น่าแปลกที่เธอจะชื่นชอบและรู้สึกสนุกตื่นเต้น
กับการมะรุมมะตุ้มแย่งกันเลือกซื้อเสื้อผ้าเซลล์ร่วมกับขาช้อปรายอื่นๆ

หลังจบการศึกษาจากโรงเรียนศิลปะในวัยยี่สิบตอนต้น
เธอเลือกทำงานด้านการขายเพราะเป็นช่องทางที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ
ซึ่งเปิดโอกาสให้ซื้อ ซื้อ และซื้อข้าวของได้อย่างจุใจ ทุกอย่างเหมือนจะไปได้สวย
แต่ในไม่ช้าเธอเริ่มตระหนักว่า หาเงินได้มากก็ยิ่งสร้างหนี้มาก
ขณะที่ยอดเงินออมกลับถดถอย แถมยังตกอยู่ในวงล้อมของสรรพสิ่งที่เคยเพลินซื้อ
แต่สุดท้ายก็กลายเป็นขยะกองโตเสียอีก

ที่สำคัญ…มันไม่สามารถยึดโยงความสุขเอาไว้ได้นาน
แค่สัมผัสยอดกราฟความสุขแหลมจี๊ดบางเบาเฉพาะตอนที่ตั้งท่าจะไปช้อป
แล้วก็พลันหายวับเมื่อได้รับใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต

ชีวิตในวัยสามสิบหมดไปกับการหาเงินชำระหนี้
เมื่อย่างเข้าวัยสี่สิบจึงค้นพบความปรารถนาแท้จริงของตัวเอง
ความปรารถนาที่ไม่ได้หมายถึงบ้านหลังใหญ่ รถยนต์คันโก้
แต่เป็นการตัดสินใจหยุด…พอกันทีกับการเพิ่มจำนวนข้าวของในครอบครอง

ราว 2 ปีก่อน คอร์ตนี่ย์เริ่มเขียนบล็อกไปพร้อมกับทดลองใช้ชีวิตแบบน้อยๆ
โดยมีรุ่นเดอะ 2-3 คนในแวดวงมินิมอลลิสต์เป็นแรงบันดาลใจ
เธอกรุยทางไปสู่สภาวะเรียบง่ายโดยเลือกจัดการกับตู้เสื้อผ้าเป็นสิ่งแรก
เพราะมันเป็นพื้นที่อันดับต้นๆ ในชีวิตที่เธอรู้สึกถึงความมากมายและไร้การควบคุมอย่างสิ้นเชิง
แม้จะอัดแน่นด้วยเสื้อผ้าจำนวนนับไม่ถ้วน
ยังไม่วายเจอปัญหาปวดหัว “ไม่มีอะไรจะใส่” หรือ “ไม่รู้จะใส่อะไร” อยู่บ่อยๆ
…ปัญหาสามัญที่เชื่อว่าหลายคนแถวนี้ก็กำลังเผชิญ

คราวนี้เธอไม่ช้อปปิ้งบำบัดด้วยการวิ่งโร่ออกไปซื้อชุดใหม่มาใส่ตู้เสื้อผ้าเหมือนเคย
และเลิกปลอบตัวเองด้วยคำว่า “ช่างมัน” แต่หันมาขบคิดหาทางแก้ไข
โดยตั้งข้อสันนิษฐาน ต้นตอน่าจะมาจากปริมาณเครื่องแต่งกายที่เธอสะสมไว้จนมากเกินไปนั่นเอง
ถึงเวลาลุกขึ้นมากำหนดขอบเขตให้ตัวเองเสียที

ขอบเขตที่ว่าก็คือ 33 ชิ้นใน 3 เดือน
ซึ่งเข้าท่าและเหมาะเหม็งกับสภาพอากาศของผลิ ร้อน ร่วง และหนาว
ตามฤดูกาลที่หมุนเวียนในรอบปี คอร์ตนี่ย์คิดอย่างนั้น

3.
เกือบสองปีเต็มที่ผู้หญิงคนหนึ่งผูกตัวเองไว้กับโปรเจ็คต์ 333
อาจดูเหมือนเธอถูกกักขังด้วยเงื่อนไขของจำนวนเสื้อผ้า
ทว่าเจ้าตัวกลับรู้สึกชีวิตเป็นอิสระยิ่งกว่าเดิม

ความเปลี่ยนแปลงรุกคืบทีละน้อย…
ช่วงเวลาที่ต้องหมกมุ่นอยู่กับสารพัดเรื่องเครื่องแต่งกายค่อยๆ ลดถอยลง
เช่นเดียวกับยอดรวมตัวเลขในใบเสร็จของการซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับ
เธอยังไม่เลิกช้อปปิ้ง แต่ควบคุมการจับจ่ายได้อยู่หมัด
แทนที่จะซื้อไม่ลืมหูลืมตาก็กลายเป็นว่ามีสติก่อนควักสตางค์

นอกจากนี้ ข้าวของทั้งหลายที่เธอสะสมไว้เต็มบ้านแต่แทบไม่เคยหยิบใช้หรือชายตาชื่นชมความงาม
คอร์ตนี่ย์ก็ทยอยขนออกมาขายต่อในราคาย่อมเยาว์ ชิ้นไหนไร้คนสนใจซื้อก็จะนำไปบริจาค
ตามที่สัญญากับตัวเองไว้ว่า จะไม่เก็บของเหล่านั้นกลับเข้าบ้านให้เป็นสมบัติบ้าอีกแล้ว

สมาชิกส่วนใหญ่ในครอบครัวยอมรับทัศนคติใหม่ของคอร์ตนี่ย์
ทุกคนรู้ว่าเธอไม่โปรดปรานของขวัญที่เป็นสิ่งของ
โดยเฉพาะเสื้อผ้า นาฬิกา เครื่องประดับอีกแล้ว
คุณสามีนั้นเข้าใจความตั้งใจจริงของเธอและออกจะเห็นดีกับแนวทางนี้
ของขวัญในโอกาสพิเศษจากเขาจึงไม่อยู่ในกล่องผูกโบว์
แต่กลายเป็นมื้ออาหารในร้านที่ประทับใจหรือบัตรกำนัลสำหรับนวดผ่อนคลาย
ขณะที่คอร์ตนี่ย์เองก็ลดละการมอบสิ่งของเครื่องใช้เป็นของขวัญแก่คนใกล้ชิดรอบข้าง
แต่หันมาให้เวลาและใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกันมากขึ้น

เมื่อเป้าหมายเล็กๆ ระดับส่วนตัวที่ต้องการจัดระเบียบตู้เสื้อผ้าได้รับความสนใจจากผู้คน

เธอก็ขยายเป้าหมายใหญ่ขึ้น
ด้วยการชักชวนใครๆ ให้กระโดดลงจากสายพานการช้อปปิ้งเสื้อผ้าตามกระแสแฟชั่น
และหวนกลับมาสู่ความเรียบง่ายไปด้วยกัน
นับถึงตอนนี้มีผู้สนใจร่วมอุดมการณ์ที่ปรากฏนิ้วโป้งในหน้าเฟซบุ๊กโปรเจ็คต์ 333แล้วมากกว่าสี่พันคน
และมีบล็อกเกอร์อีกหลายสิบรายที่เขียนเล่าประสบการณ์ผจญภัยสนุกๆ ของตนเอง
เมื่อเลือกใช้ชีวิตในเส้นทางเดียวกับคอร์ตนี่ย์

แม้หลักปฏิบัติของโปรเจ็คต์ 333 จะกำหนดไว้เป็นกรอบกว้างๆ
เพื่อเปิดโอกาสให้คนทุกเพศวัยเข้ามาลุยได้ในทุกช่วงเวลาที่แต่ละคนพร้อม
ทั้งยังไม่ขัดข้องหากใครจะปรับเปลี่ยนเงื่อนไขให้เหมาะกับตัวเองมากขึ้น
กระนั้นคอร์ตนี่ย์ก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า
ปฏิบัติการวิถีมินิมอลลิสม์ลักษณะนี้ไม่ได้เหมาะกับจริตของทุกคน
ยังมีผู้คนไม่น้อยมองว่า นี่เป็นเรื่องไร้สาระน่าขัน
ซึ่งเธอไม่โต้เถียงหรือหวั่นไหวไปตามความคิดเห็นที่แตกต่างสุดขั้วพวกนั้น
แค่ได้ยินแล้วเดินต่อบนถนนสายที่คิดว่า “ใช่ที่สุด” สำหรับตัวเอง

ถ้าอ่านไปอ่านมาชักเริ่มรู้สึกตะหงิดๆ ใจ “นุ่งน้อยห่มน้อย” จะเหมาะกับเราหรือไม่
ก็อย่ามัวลังเลสงสัยหรือเสียเวลาเด็ดกลีบดอกไม้ เหมาะ-ไม่เหมาะ-เหมาะ-ไม่เหมาะ
แต่ควรลองปฏิบัติจริงจังกันสักตั้ง

…เพราะคำตอบสุดท้ายข้อนี้เราต้องค้นหาเอง
และดูเหมือนว่ามันจะไปยืนรออยู่แล้วที่ปลายทางของการลงมือทำ

หมายเหตุ-บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกผ่านทางคอลัมน์คนหมุนโลกบนเว็บไซต์ของมูลนิธิโลกสีเขียว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s