My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

เด็กชายขายขยะ

ใส่ความเห็น

vanis 01
[ที่มาภาพ myrecycler.org]

1.
วานิส บัคฮอลซ์ (Vanis Buckholz) เด็กชายอเมริกันวัย 10 ขวบ
อาศัยอยู่ที่เมืองโคโรนา เดล มาร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย นอกจากกำลังเรียนอยู่เกรด 4 แล้ว
เขายังเป็นเจ้าของธุรกิจคัดแยกขยะเพื่อส่งขายโรงงานรีไซเคิลอีกด้วย
…ประโยคสุดท้ายนี่เองที่ทำให้เด็กชายธรรมดาๆ เปล่งประกายความน่าสนใจขึ้นมาฉับพลัน

“รีไซเคิล” เราได้ยินคำนี้ครั้งแรกเมื่อไหร่และรู้สึกกับมันอย่างไร
ขอสารภาพอย่างไม่อายว่า จำอะไรไม่ได้เลย
ตรงกันข้ามกับเด็กชายวานิส
กิจกรรมที่โรงเรียนจูงมือเขาไปรู้จักกับศัพท์สิ่งแวดล้อมนี้เป็นครั้งแรกเนื่องในวันคุ้มครองโลก (Earth Day)
ตอนนั้นเขาอายุเพียง 7 ขวบและเริ่มขบคิดว่าตัวเองควรลงมือทำอะไรสักอย่าง
เมื่อกลับมาตั้งคำถามกับพ่อแม่ “ทำไมพวกเราไม่ช่วยกันรีไซเคิล”
มิสเตอร์เดฟ ผู้เป็นพ่อ สังเกตเห็นแววความสนใจของลูกชาย
จึงให้การสนับสนุนเต็มที่ “เอาสิ เรามาช่วยกัน มันไม่ยากเลย”

ทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นโดยลูกเป็นแกนนำ พ่อแม่เป็นแกนหนุน
ลงมือแยกขยะรีไซเคิลได้ 4 ประเภทคือ กระดาษ พลาสติก แก้ว อะลูมิเนียม
ออกจากถังขยะที่เคยโยนทุกอย่างลงไปรวมกัน เมื่อจัดการขยะจุดแรกสำเร็จ
เด็กชายไม่รอช้าที่จะขยายอาณาเขตสำหรับปฏิบัติภารกิจเก็บขยะที่รีไซเคิลได้
ไปสู่บ้านของเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียง ตามมาติดๆ ด้วยบ้านของเพื่อนๆ ที่โรงเรียน

วานิสลุยเดี่ยวในการรวบรวมขยะรีไซเคิล ทยอยสะสมไปเรื่อย
แล้วทุกๆ 2-3 สัปดาห์พ่อแม่ก็จะเข้ามาช่วยจัดเรียงขึ้นรถกระบะจนเต็มพิกัด
บรรทุกและขับพาไปยังโรงงานรีไซเคิลที่ใกล้ที่สุด
การขายขยะแต่ละครั้งทำเงินให้เด็กชายราว 100-200 ดอลลาร์สหรัฐ
และในไม่ช้าก็พัฒนาขึ้นเป็นธุรกิจ ซึ่งผู้ประกอบการตัวจ้อยตั้งชื่อด้วยตัวเองว่า My ReCycler

ช่วงแรกๆ เด็กชายทำได้แค่ไถสกูตเตอร์สองล้อไปมาอยู่ในย่านใกล้บ้าน
โดยเก็บขยะรีไซเคิลใส่ถุงพลาสติกที่แขวนไว้กับแฮนด์ของสกูตเตอร์
กระทั่งได้จักรยานเป็นของขวัญเนื่องในวันเกิดอายุครบ 9 ขวบนั่นแหละ
เขาจึงขี่จักรยานคู่ใจออกตระเวนเก็บขยะในระยะทางไกลขึ้น
ไปถึงถนนหลายสาย สวนสาธารณะหลายแห่ง รวมทั้งชายหาด
ยิ่งมีรถเข็นมาพ่วงท้าย ก็ยิ่งทำให้ปริมาณขยะรีไซเคิลที่ขนกลับบ้านในแต่ละรอบเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ปัจจุบันวานิสแบ่งเวลา 2-3 ชั่วโมงต่อวันในช่วงปิดเทอม เพื่อขี่จักรยาน เก็บขยะ และคัดแยกประเภท
เมื่อเวลาเปิดเทอมมาถึง งานส่วนนี้ลดทอนลงบ้าง
แต่เจ้าของกิจการวัยเยาว์ยังขอทำภารกิจดังกล่าวต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีหยุด

…คำพูดสั้นๆ “ผมรักงานนี้” น่าจะช่วยยืนยันความมุ่งมั่นของเด็กชายได้เป็นอย่างดี

vanis 02
[ที่มาภาพ myrecycler.org]

2.
เพราะ My ReCycler ดำเนินงานในรูปแบบธุรกิจและควรจะเติบโตทางด้านผลประกอบการบ้าง
วานิสซึ่งควบรวมทั้งตำแหน่งประธานและคนเก็บขยะไว้ด้วยกัน
จึงจำเป็นต้องทำมากกว่าเก็บขยะจากคนรู้จักและถังขยะสาธารณะ

ใช่แล้ว…เด็กชายต้องเรียนรู้ที่จะเดินเข้าออกบริษัทโน้น องค์กรนี้
เพื่อติดต่อธุรกิจอย่างเป็นทางการและขออนุญาตเก็บสี่สหายขยะรีไซเคิลที่หมายปอง

งานนี้วานิสลุยเดี่ยวอีกเช่นเคย เริ่มจากเข้าไปแนะนำตัวเอง นำเสนอโปรเจ็คต์ที่กำลังทำ
และโน้มน้าวให้ลูกค้าเห็นดีเห็นงามถึงขั้นยินยอมมอบขยะแก่เขา
โดยพ่อแม่ทำหน้าที่เพียงรอส่งกำลังใจอยู่ข้างนอก

“นั่นต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก” มิสเตอร์เดฟกล่าวชื่นชมลูกชาย

แต่ก็มีบ้างที่ลูกค้าเดินมาหาเอง ครั้งหนึ่งผู้อำนวยการบริหารของศูนย์ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมนิวพอร์ต บีช
สังเกตเห็นวานิสก่อนและเป็นฝ่ายถามไถ่ถึงสิ่งที่เขาทำ
ในที่สุดศูนย์ธรรมชาติฯ แห่งนี้ก็เป็นลูกค้าอีกรายที่ยอมมอบขยะรีไซเคิลให้เด็กชาย

“ระหว่างที่ธุรกิจค่อยๆ เติบโตขึ้น พ่อแม่บอกกับผมว่า
ถ้าผมตั้งใจจะทำต่อไปเรื่อยๆ ผมควรทำอะไรมากกว่าแค่ช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม
พวกเขาสอนผมเรื่องงานการกุศลและบอกให้ผมค้นหาสักองค์กรที่คิดว่ามีความสำคัญ
ในที่สุดก็เจอองค์กรช่วยเหลือเด็ก Project Hope Alliance
ผมคิดว่ามันเหมาะเจาะมากทีเดียว เขาช่วยเรื่องการศึกษาของเด็กๆ ไร้บ้าน
พวกเราไปเยี่ยมโรงเรียน พบปะกับเจ้าหน้าที่ที่ทำงานที่นั่นและเด็กๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ
ผมก็เลยช่วยพวกเขานับแต่นั้นเป็นต้นมา
…ผมเป็นเด็กที่โชคดีมากๆ แต่ก็มีเด็กอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้โชคดีเหมือนผม”
นี่เป็นเพียงบางประโยคในข้อเขียนของวานิสที่ปรากฏอยู่บนหน้าแรกของเว็บไซต์ myrecycler.org

และกลยุทธ์ให้ความช่วยเหลือของวานิสก็คือการแบ่งรายได้จากการขายขยะออกเป็น 3 กอง

กองแรก 25 เปอร์เซ็นต์ ใช้เป็นทุนสำหรับซื้อถุงขยะ ตู้คอนเทนเนอร์เก็บขยะ
ถุงมืออนามัย อุปกรณ์ด้านความสะอาด เชือกหรือยางรัดของ ฯลฯ

กองที่สองอีก 25 เปอร์เซ็นต์มอบให้ Project Hope Alliance
ทั้งวานิสและพ่อแม่ช่วยกันจดบันทึกรายรับและรายจ่ายที่เกิดขึ้นเอาไว้อย่างครบถ้วน
นับถึงวันนี้เขาบริจาคเงินช่วยเหลือเด็กไปแล้วประมาณ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ

กองสุดท้ายคือส่วนที่เหลือ แบ่งส่วนน้อยออกมาใช้จ่าย
เพื่อความสุขของครอบครัวในช่วงเทศกาลต่างๆ บ้าง
แต่ส่วนใหญ่จะเก็บสะสมเป็นเงินออมระยะยาว

“ผมอยากได้รถสปอร์ต” วานิสเอ่ยปากบอกเป้าหมายในใจ

vanis 03
[ที่มาภาพ myrecycler.org]

3.
สิ่งที่วานิสทำไม่เพียงก่อร่างความภูมิใจให้กับพ่อแม่
แต่ยังนำมาซึ่งเสียงชื่นชมจากผู้คนที่เขาเข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรงและผู้คนอื่นๆ ที่ได้รับรู้เรื่องราว

“เขาเป็นเด็กที่มีความมุ่งมั่นอย่างมาก”
โบ โกลเวอร์ ผู้อำนวยการบริหารของศูนย์ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมนิวพอร์ต บีช ให้ความเห็นสั้นๆ

“วานิสเข้าใจดีว่า ผู้ประกอบการสามารถตื่นตัวและเข้าเป็นหุ้นส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาสังคม เช่น เด็กไร้บ้าน
เป็นเรื่องน่าทึ่งมากที่เด็กวัย 10 ขวบจะตระหนักเรื่องนี้และมีหัวใจที่อ่อนโยนในการแบ่งปัน
เขาต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการหาทางออกและมองเห็นว่าตัวเองก็มีความหมายต่อ ชุมชนด้วย”
เจนนิเฟอร์ เฟรนด์ ผู้อำนวยการบริหารของ Project Hope Alliance อธิบาย

ล่าสุด นายกเทศมนตรีแห่งนิวพอร์ต บีช เชิญเด็กชายไปร่วมกล่าวในการประชุมสภาเทศบาลท้องถิ่น
โดยให้เกียรติกล่าวยกย่องว่า “นิวพอร์ต บีช เป็นบ้านของผู้ประกอบการที่ยิ่งใหญ่หลายราย
หนึ่งในนั้นยังอายุน้อยอยู่เลย แต่ผมคิดว่าเขาเป็นผู้ประกอบการที่มีความโดดเด่นมากๆ”

แทบไม่น่าเชื่อว่า การให้ข้อมูลความรู้เรื่อง “รีไซเคิล” ครั้งนั้นจะสร้างความสั่นสะเทือนแก่หัวใจดวงน้อย
ถึงขนาดหว่านเพาะเมล็ดพันธุ์รักโลก ซึ่งเติบโตขึ้นเป็น My ReCycler ที่ยืนระยะต่อเนื่องมาได้ถึงวันนี้

เปรียบเทียบกับเด็กวัยเดียวกัน วานิสลงมือทำมากกว่าเด็กอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน
หรือถ้าข้ามรุ่นไปชั่งตวงวัดกับผู้ใหญ่ เราก็ยังเชื่อว่าสองมือเล็กๆ และความคิดแบบเด็กๆ ของเขา
ช่วยดูแลโลกมากกว่าผู้ใหญ่หลายต่อหลายคนด้วยซ้ำ

ขณะที่เด็กชายตัวเล็กๆ กำลังท้าทายต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลง
และบุกเบิกความแตกต่างด้วยวิถีทางเล็กๆ ของตัวเอง
เป็นไปได้หรือไม่ที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ จะรู้สึกท้าทายกับการลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อโลกใบนี้บ้าง
ไม่จำเป็นต้องแตกต่างจากสิ่งที่บรรดาคนหัวใจสีเขียวอ่อนเขียวแก่ทั่วไปทำกันอยู่หรอกนะ
แค่แตกต่างจากตัวเองในวันเมื่อวานที่เคยเพิกเฉยละเลยสิ่งแวดล้อม
…ก็น่า ชื่นชมเหลือเฟือแล้ว

หมายเหตุ-บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกผ่านทางคอลัมน์คนหมุนโลกบนเว็บไซต์ของมูลนิธิโลกสีเขียว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s