My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

ซัมเมอร์นี้ไม่มีไฟฟ้า

ใส่ความเห็น

sustainable-joe02
[ที่มาภาพ facebook.com/SustainableJoes]

1.
ในสมัยที่คนค่อนโลกเกิดและเติบโตขึ้นมาพร้อมกับความสะดวกสบายในการใช้ไฟฟ้า
เรียกได้ว่าคุ้นเคยกับการเสียบปลั๊กเพื่อให้เครื่องไฟฟ้าทำงาน
และคุ้นชินกับการขับไล่ความมืดที่รวดเร็วทันใจเพียงกดสวิตซ์
คงไม่มีใครอยากสลัดตัวเองออกจากระบบกริดซึ่งป้อนกระแสไฟฟ้าต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง (ตราบที่ยังมีปัญญาจ่ายค่าไฟฟ้า)
เพราะนั่นหมายถึงความลำบากนานาจะกรูเข้ามาทักทายโดยพร้อมเพรียง

ไม่ต้องอะไรมาก แค่ไฟฟ้าดับสักสองสามชั่วโมง ชีวิตก็ปั่นป่วนจะแย่แล้วจริงไหม
เปิดคอมพิวเตอร์ทำงานไม่ได้ เปิดแอร์หรือพัดลมคลายร้อนไม่ได้
มือถือแบตหมดจะชาร์จยังไง (ถ้าไม่มีเพาเวอร์แบงก์)
ไหนจะของสดและไอติมที่แช่อยู่ในตู้เย็นอีกล่ะ

กระนั้น หนุ่มแคนาเดียนสองคนก็ยังตัดสินใจท้าทายตัวเอง
ด้วยการดำรงชีวิตโดยปฏิเสธไฟฟ้าระบบกริดเป็นเวลา 3 เดือนตลอดฤดูร้อนของปีนี้

อพาร์ตเมนต์ขนาดสองห้องนอนของพวกเขาตั้งอยู่ในเมืองลอนดอน
ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐออนทาริโอ ซึ่งเป็นย่านที่น้ำประปาและไฟฟ้าเข้าถึง
สตีเฟน ซุคส์ (Stephen Szucs) และเดฟ โป๊ป (Dave Pope) จึงต้องถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด
และปิดสวิตซ์ทั้งหมดในที่พักตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ตามเงื่อนไขของภารกิจซัมเมอร์นี้ไม่มีไฟฟ้า
หรือที่ตั้งชื่อโปรเจ็คต์อย่างเป็นทางการว่า “Sustainable Joes”
แล้วหันมาพึ่งพากระแสไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานที่ยั่งยืนอย่างแสงอาทิตย์
โดยมีแผงโซลาร์เซลล์แบบพกพาขนาดเล็กเป็นตัวช่วย
มันสามารถผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอสำหรับชาร์จมือถือ ใช้งานเครื่องปั่นอาหาร
และป้อนหลอดไฟแอลอีดีขนาด 3 วัตต์อีกจำนวนหนึ่ง

กิจวัตรประจำวันอื่นๆ ที่เคยง้อไฟฟ้ามาทั้งชีวิตก็ถึงคราวเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง
เช่น ไม่ใช้เครื่องซักผ้าก็หันมาซักผ้าด้วยมือในอ่างอาบน้ำ
ไม่ใช่เครื่องทำน้ำอุ่นก็ยกถังน้ำมาวางตากแดดนอกบ้าน
และเมื่อเปิดทีวีไม่ได้ การล้อมวงเล่นบอร์ดเกมกับเพื่อนๆ โดยอาศัยแสงสว่างจากหลอดไฟแอลอีดี
ก็ช่วยให้บางค่ำคืนไม่เงียบเหงาจนเกินไปนัก

สิ่งที่ฝืนใจมากสุดเห็นจะเป็นการงดใช้เตาไฟฟ้า
เพราะสองหนุ่มเป็นพวกชื่นชอบการเข้าครัวประกอบอาหาร แต่ต้องวางมือจากกระทะตะหลิวชั่วคราว
หันมารับประทานอาหารที่ไม่ผ่านการปรุง (raw food) และน้ำผักผลไม้ปั่นเป็นหลัก
ซึ่งก็เล่นเอาทั้งคู่ผอมลงอย่างชัดเจนในระยะเวลาเพียงเดือนเศษ

“ใช่ กางเกงทำงานของผมหลวมไปแล้ว” โป๊ปพูดเคล้าเสียงหัวเราะ

ต่อเมื่อวันที่พระอาทิตย์ทำงานหนักเท่านั้นจึงสบโอกาสตั้งโต๊ะทำกับข้าวกลางแจ้ง
งานนี้ได้เลนส์เฟรสเนล (fresnel lens) หรือเลนส์เกลี่ยแสงแผ่นใหญ่เบิ้มที่ถอดจากจอโทรทัศน์เก่าเป็นอุปกรณ์พิเศษ
ซึ่งช่วยรวมแสงแดดไว้ในวงเล็กๆ วงเดียว แทบไม่น่าเชื่อว่า
มันร้อนพอจะทำให้ไข่ไก่ที่ตอกลงเป็นส่วนผสมของอาหารสุกได้เหมือนกัน แม้จะใช้เวลานานกว่าวิธีปกติก็ตาม

…แต่จะมีประโยชน์อะไรถ้าพวกเขาดำเนินภารกิจท้าทายโดยรับรู้กันอยู่แค่สองคน

นั่นทำให้ซุคส์วางแผนไว้แต่แรกว่า
ต้องบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นและสิ่งที่ได้เรียนรู้ระหว่างเดินทางออกนอกระบบกริดไปสู่สายตาของสังคม
ยูทูป และเฟซบุ๊ค เป็นสองสะพานหลักของการถ่ายทอด “สาร” ที่อยากสื่อไปสู่อีกฟากฝั่ง

ไฟฟ้าที่ผลิตได้ในปริมาณไม่มากเปลี่ยนซุคส์และโป๊ปให้เป็นคนระมัดระวังในการใช้พลังงานไปโดยปริยาย

“พวกเราตระหนักเกี่ยวกับการใช้พลังงานมากขึ้น ถ้ามีแดดสักสี่วันก็อัดวิดีโอได้
แต่ถ้าเมฆครึ้มมาสี่วันแล้วและยังจะไร้แดดต่อไปอีกสองวัน
ก็ต้องอยู่แบบกระเหม็ดกระแหม่ในการใช้ไฟฟ้าไปก่อน” ซุคส์อธิบาย

…เป็นช่วงชีวิตที่ไม่วิงวอนขออะไรมากมาย แสงอาทิตย์เท่านั้นที่สองหนุ่มต้องการ

sustainable-joe03
[ที่มาภาพ facebook.com/SustainableJoes]

2.
คำว่า Joes ในที่นี้ไม่ใช่ชื่อเฉพาะของบุรุษท่านใด
แต่เป็นคำที่มีความหมายถึงคนธรรมดาทั่วๆ ไปในสังคม
ซึ่งมันก็เข้ากันอย่างเหมาะเจาะกับผู้ชายธรรมดาๆ สองคน
ที่พยายามเปลี่ยนแปลงการกระทำของตนเองเพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่ธรรมชาติและมนุษยชาติ

เนื่องด้วยซุคส์และโป๊ปกระโจนเข้าใส่ภารกิจซัมเมอร์นี้ไม่มีไฟฟ้า
โดยปราศจากต้นทุนความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืน
ขณะที่คนแรกจบปริญญาโทด้วยคะแนนเกียรตินิยมด้านไฟแนนซ์ คนหลังก็กำลังศึกษาปริญญาโทด้านจิตวิทยา
จะบอกว่าห่างไกลแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมแบบไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบก็คงได้
ทั้งคู่ซึ่งทำงานอยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมร้านอาหารรู้จุดอ่อนข้อนี้
และยอมรับตรงไปตรงมาว่าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเขียวๆ อะไรเลย
จึงต้องขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากกูรูสายนี้เยอะพอควร

“เป็นแค่คนธรรมดาสองคน ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องทำนองนี้
แต่พวกเรากำลังพยายามและทำให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ส่วนหนึ่งสืบเนื่องมาจากการตั้งคำถามกับตัวเองว่า
โลกที่เราจะส่งมอบให้คนรุ่นต่อๆ ไปหน้าตาเป็นอย่างไร เป็นโลกที่ทรัพยากรธรรมชาติหมดเกลี้ยงงั้นหรือ” ซุคส์กล่าว

“สำหรับโปรเจ็คต์นี้ พวกเราแค่ลงมือนำเป็นตัวอย่าง
กระตุ้นให้คนในสังคมลองพยายามบ้าง และแสดงให้เห็นวิถีการดำรงชีวิตในรูปแบบที่แตกต่างไป” โป๊ปเสริม

ด้วยหวังว่า การหันหาทางเลือกที่ยั่งยืนมากกว่าของคนส่วนใหญ่จะช่วยขับเคลื่อนสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น

เมื่อฝ่าฟันโจทย์ไปเกินครึ่งทาง เริ่มมีคนตั้งคำถามถึงแผนชีวิตหลังสิ้นสุดภารกิจช่วงปลายเดือนสิงหาคม
และคำตอบก็คือ สองหนุ่มเริ่มสนใจเรื่องการลดปริมาณขยะจากร้านอาหารให้น้อยลง
และการซื้อหาวัตถุดิบประกอบอาหารที่ผลิตในท้องถิ่นให้มากขึ้น

ยิ่งถ้าสามารถหาแนวร่วมและผลักดันกระทั่งเกิดเครือข่ายคนธรรมดา “Sustainable Joes” ในแต่ละเมือง
เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมร้านอาหารได้เป็นผลสำเร็จ
ก็จะถือว่าบรรลุเป้าหมายความฝันอันยิ่งใหญ่เลยทีเดียว

sustainable-joe01
[ที่มาภาพ treehugger.com]

3.
เปรียบเทียบเรื่องราวของหนุ่มแคนาเดียนกับแดเนียล ซูโล (คนหมุนโลก ตอน “ชีวิตที่สมัครใจไร้เงิน”)
จะเห็นว่า ทั้งสองกรณียืนอยู่บนจุดร่วมเดียวกัน นั่นคือการตั้งโจทย์ชีวิตสุดโต่งให้ตัวเอง
ทีมคู่หูปฏิเสธไฟฟ้าระบบกริด ขณะที่อีกคนปฏิเสธเงินตรา

แม้ช่วงเวลาท้าทายตัวเองจะสั้นเพียงสามเดือนหรือยาวนานแบบยังไม่มีกำหนดสิ้นสุด
แต่เมื่อมองด้วยสายตาของคนเมือง มันก็เป็นสองตัวอย่างที่ยากพอๆ กันนั่นแหละ
โดยเฉพาะในประเด็นของความพยายามเป็นอิสระจากสิ่งที่หยิบยื่นความสะดวกและความสบายให้ชีวิต

…จะมีก็แต่มนุษย์หัวใจเข้มแข็งเท่านั้นที่ยอมลำบากเพื่อทดสอบความเชื่อบางประการของตัวเอง

จริงอยู่ การปลีกวิเวกย้ายไปอาศัยในถ้ำโดยลำพังดูไม่น่าจะกินอิ่มนอนหลับได้เท่ากับซุคส์และโป๊ปซึ่งยังอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ของตัวเอง
แต่ในอีกมุมหนึ่ง สิ่งที่แดเนียลเลือกก็ทำให้เขาตัดขาดจากระบบเงินตราง่ายขึ้น
จะบอกว่าเป็นสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้บรรลุเป้าหมายโดยสะดวกก็คงใช่
ขณะที่สองหนุ่มต้องหักห้ามใจมากกว่านั้น เพราะสวิตซ์ไฟหรือปลั๊กเครื่องไฟฟ้าทั้งหลายยังวนเวียนอยู่ในชีวิตประจำวัน
แถมใกล้มือมากพอที่จะเอื้อมมือไปเปิดหรือเสียบได้ทันที

เรามองว่า มันเหมือนกับความพยายามที่จะงดรับประทานอาหารมื้อเย็น
ในภาวะที่ประสาทสัมผัสของเราไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของอาหารใดๆ
เช่น ไม่ได้กลิ่นอาหาร ไม่ได้เห็นภาพอาหาร ไม่ได้ยินเสียงกระทบกันของตะหลิวกับกระทะ ไม่แม้กระทั่งคิดถึงอาหาร
ซึ่งมีแนวโน้มจะทำให้เราประสบความสำเร็จง่ายกว่าภาวะที่ประสาทสัมผัสรับรู้ว่ามีอาหารอยู่ในรัศมีที่จะนำมาระงับความหิวได้

โดยประสบการณ์ส่วนตัว การฝ่าฟันเอาชนะตัวเองในเงื่อนไขสถานการณ์แวดล้อมไม่เป็นใจนั้น
ก็มักทำให้หัวใจของเราเข้มแข็งขึ้นได้มากกว่า ในทำนองเดียวกับการตั้งโจทย์ใช้ชีวิตเป็นมิตรกับโลกนั่นแหละ
ถ้าเราลดการขับรถส่วนตัวออกจากบ้านทั้งที่มีรถจอดน้ำมันเต็มถังอยู่กับเค้าคันนึง
ถ้าเราปฏิเสธการรับถุงพลาสติกใบใหม่ทั้งที่เขาแจกฟรี ถ้าเรางดกินผลไม้นำเข้าทั้งที่เป็นของโปรด ฯลฯ
พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงจากการเลือกของเราก็จะอยู่กับเราได้นานกว่า

สำหรับกรณีนี้ เราค่อนข้างเชื่อว่า หลังจบบททดสอบพวกเขาจะคิดมากขึ้น
และตระหนักถึงสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันด้วยมุมมองใหม่
สิ่งที่น่ายินดีคือภารกิจซัมเมอร์นี้ไม่มีไฟฟ้าช่วยผลิตประชากรคนหมุนโลกเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน

…และจะน่ายินดียิ่งขึ้น ถ้ามี Sustainable Joes ตบเท้าเดินตามมาอีกหลายชีวิต
หลังจากเรื่องราวของซุคส์และโป๊ปถูกเผยแพร่ผ่านสื่อของแคนาดา
รวมทั้งผ่านคอลัมน์เล็กๆ นี้ด้วย

หมายเหตุ-บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกผ่านทางคอลัมน์คนหมุนโลกบนเว็บไซต์ของมูลนิธิโลกสีเขียว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s