My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

FATBERGS แหล่งพลังงานใหม่ของชาวลอนดอน

PIC BY STEWART TURKINGTON www.stphotos.co.uk 07778 334771
[ภาพ : Thames Water]
[ที่มาภาพ huffingtonpost.co.uk]

Fatbergs หรือ แฟตเบิร์กส เป็นคำไม่ค่อยคุ้นหู
ที่ใช้เรียกก้อนไขมันซึ่งสะสมอุดตันอยู่ตามท่อระบายน้ำ
ก่อนหน้านั้นมันคือน้ำมันและไขมันสารพัดรูปแบบ
จากกระบวนการปรุงอาหารที่ถูกเทลงสู่ท่อน้ำทิ้ง
ใหญ่จากครัวของร้านอาหารผสมโรงกับส่วนน้อยจากครัวของที่พักอาศัย
ซึ่งจะเปลี่ยนสภาพเป็นก้อนแข็งหยึกหยึยเมื่อเย็นลงนั่นเอง

ไม่เพียงดูสกปรกน่ารังเกียจ
เจ้าแฟตเบิร์กสที่ไม่เคยมีใครเหลียวแลยังเป็นอุปสรรคกีดขวางการไหลของน้ำเสีย
บริษัท เทมส์ วอเตอร์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการน้ำประปาและบำบัดน้ำเสียแห่งกรุงลอนดอน
จึงต้องส่งเจ้าหน้าที่ราว 40 ชีวิตออกตระเวนสำรวจและขุดลอก
กวาดล้างก้อนไขมันเหล่านี้อยู่เสมอ เพื่อให้ระบบระบายน้ำเสียทำงานเต็มประสิทธิภาพ
…เป็นภาระหนักที่มีค่าใช้จ่ายสูงถึงเดือนละหนึ่งล้านปอนด์เลยทีเดียว

จากที่เคยส่งแฟตเบิร์กสลงหลุมฝังกลบ
มาวันนี้คุณสมบัติติดไฟได้ทำให้มันกลายเป็นวัตถุดิบเนื้อหอม
ในฐานะแหล่งพลังงานหมุนเวียนใหม่ล่าสุดของชาวอังกฤษ
โดยจะสำแดงประสิทธิภาพให้ประจักษ์ผ่านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงไขมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ในย่านเบ็คตัน ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน ด้วยกำลังการผลิต 130 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี
ซึ่งเพียงพอหล่อเลี้ยงความต้องการใช้ไฟฟ้าของผู้คนเกือบ 40,000 ครัวเรือน

โปรเจ็คนี้บริษัท เทมส์ วอเตอร์ ตกลงเซ็นสัญญาซื้อ-ขายเชื้อเพลิงและไฟฟ้ากับบริษัท 20C
ซึ่งเข้ามารับหน้าที่บริหารจัดการโรงไฟฟ้าตลอดระยะเวลา 20 ปี ด้วยเม็ดเงินสูงถึง 200 ล้านปอนด์

โดยปรากฏเงื่อนไขว่า ฝ่ายแรกต้องจัดหาก้อนไขมันจากขุมทรัพย์ท่อระบายน้ำมาป้อนโรงไฟฟ้า
น้อยครึ่งหนึ่งของปริมาณความต้องการเชื้อเพลิงทั้งหมดซึ่งอยู่ที่วันละ 30 ตัน
ขณะที่ฝ่ายหลังก็วางแผนรวบรวมเชื้อเพลิงที่ต้นทาง
ด้วยการติดตั้งถังดักไขมันใต้อ่างล้างจานของภัตตาคารและร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดทั่วเมือง

สำหรับกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้นั้น
บริษัท เทมส์ วอเตอร์ ตั้งเป้ารับซื้อประมาณ 75 กิกะวัตต์หรือคิดเป็นร้อยละ 60
เพื่อใช้เดินระบบบำบัดน้ำเสียของตัวเอง
ส่วนที่เหลือจึงป้อนเข้าระบบสายส่งเพื่อกระจายสู่อาคารบ้านเรือนซึ่งตั้งอยู่ใกล้โรงไฟฟ้า

แม้จะอยู่ระหว่างการก่อสร้างและต้องรอถึงปี 2558
โรงไฟฟ้าพลังก้อนไขมันจึงเริ่มเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ
ทว่าผู้บริหารของทั้งสองก็ประกาศความเชื่อมั่นออกไปดังๆ แล้วว่า
นี่เป็นทางออกที่มีแต่ได้กับได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติทางสิ่งแวดล้อม
เกี่ยวกับการต่อยอดใช้ประโยชน์ของเสียและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล

พร้อมกับคาดหมายว่า
มันจะเป็นต้นแบบให้กับมหานครแห่งอื่นๆ ทั่วโลก ได้เดินตามรอยกันอย่างคึกคัก…ในอีกไม่นาน

ตีพิมพ์ครั้งแรกใน “NEIGHBOURS MATTERS”
นิตยสาร IMAGE ปีที่ 26 ฉบับที่ 9 กันยายน 2556

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด