My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

กินทิ้งขว้างซ้ำเติมโลกร้อน

food-waste
[ที่มาภาพ modernfarmer.com]

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ
ราวหนึ่งในสามของอาหารทั้งหมดที่ผลิตขึ้นทั่วโลก
ถูกทิ้งให้กลายเป็นขยะโดยเปล่าประโยชน์
ข่าวร้ายกว่านั้น การเน่าเสียของมันกำลังสั่นสะเทือนชั้นบรรยากาศโลก

รายงานวิจัยฉบับล่าสุดขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ
ยืนยันความจริงน่าพรั่นพรึงดังกล่าว โดยระบุว่า
ในแต่ละปีบรรดาอาหารที่ไม่ผ่านการรับประทานนี้
ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่ากับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวน 3.3 กิกะตัน

ถ้าเปรียบภูเขาขยะอาหารเป็นประเทศสักหนึ่งประเทศ
สถิติการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมันจะติดอันดับสาม
รองจากจีนและสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว

ขยะอาหารมาจากไหนบ้าง?
มันเกิดขึ้นในทุกขั้นตอนของระบบการผลิตอาหารนั่นแหละ
นับตั้งต้นทางการเพาะปลูก การเลี้ยงสัตว์ การเก็บเกี่ยว
การทำประมง การแปรรูป การขนส่งกระจายสินค้า การเก็บรักษา
ไปจนถึงปลายทางเมื่อวางอยู่ในจานตรงหน้าพวกเรา

ผัก ผลไม้ ข้าว ธัญพืช บางส่วนได้รับความเสียหายก่อนเก็บเกี่ยว
สัตว์บางตัวก็ตายก่อนเข้าโรงเชือด น้ำเน่าปลาตายยกกระชัง
ส่วนพวกที่เก็บเกี่ยวมาแต่หน้าตาขี้เหร่
ไม่ผ่านเกณฑ์ความน่ารับประทานหรือความนิยมบริโภคก็ถูกโยนทิ้งไปไม่น้อย

ซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่งในยุโรปถึงขั้นกำหนดรูปร่างและน้ำหนัก
ของผักผลไม้ในอุดมคติเอาไว้เลย
ถ้าตกสเปค ถือว่าหมดสิทธิ์โชว์ตัวบนชั้นวางจำหน่าย
คาดการณ์ว่าเกษตรกรที่นั่นต้องทิ้งผลผลิตประมาณ 20-40 เปอร์เซ็นต์ด้วยเหตุผลนี้

อาหารพร้อมรับประทานก็ใช่ย่อย
ผลิตมาแล้วขายไม่ทันดันครบกำหนดวันหมดอายุเสียก่อน ต้องโละทิ้งทั้งล็อต
…นี่แค่ตัวอย่างบางส่วนเท่านั้น

ประเด็นสำคัญอยู่ที่
ขยะอาหารซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสัดส่วนมากสุดก็คือ
อาหารที่เดินทางถึงผู้บริโภคแล้วแต่มีเหตุให้ต้องทิ้ง
เช่น อิ่มกินไม่หมด เก็บไว้นานจนเสีย ฯลฯ

เพราะอาหารคุณภาพดีเหล่านั้น
ผลาญพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลมาแล้วในทุกขั้นตอน
เมื่อมันไม่ตกลงสู่ท้องแต่ต้องลงไปนอนในถังขยะ
ก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาโดยไม่ช่วยให้ใครอิ่ม
จึงเป็นความสูญเปล่าขนานใหญ่ทันที
อีกทั้งการทิ้งเศษอาหารในถุงพลาสติกผูกปาก
ยังเกิดก๊าซเรือนกระจกจากการย่อยสลายในภาวะอับอากาศด้วย

ในฐานะผู้บริโภค เราคุมกำเนิดขยะอาหารได้หลายวิธี อาทิ
วางแผนจ่ายตลาด ซื้อปริมาณพอดี
ทำกับข้าวเยอะก็แบ่งปันเพื่อนฝูงหรือเก็บเข้าตู้เย็นไว้สำหรับมื้อหน้า
กินให้เกลี้ยงจาน มื้อนอกบ้านที่ทานเหลือก็ใส่ห่อติดมือกลับมา

นอกจากเพื่อบรรเทาปัญหาโลกร้อนแล้ว
พึงระลึกว่า ในแต่ละวันมีเพื่อนร่วมโลกอีกมากถึง 870 ล้านคนกำลังท้องกิ่วหิวโหย
ถ้าเราแบ่งปันความอิ่มให้พวกเขาไม่ได้
ก็ควรบริโภคประโยชน์จากอาหารในจานให้คุ้มค่าที่สุด
…มิใช่หรือ

ตีพิมพ์ครั้งแรกใน “NEIGHBOURS MATTERS”
นิตยสาร IMAGE ปีที่ 26 ฉบับที่ 12 ธันวาคม 2556

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด