My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

where to invade next..ไปดูกันเถอะ

ใส่ความเห็น

Where to Invade Next-Trailer THAI sub

ผลงาน “แซ่บซึ้ง” ของผู้กำกับไมเคิลมัวร์
ในทีเซอร์ภาษาไทยโปรยถ้อยคำไว้อย่างนี้
พอดูจบ…เออ ทั้งแซ่บและซึ้งจริงๆ เว้ย

การเล่าเรื่องของป๋าไมเคิลเรียกเสียงหัวเราะได้ต่อเนื่อง
หลายครั้งหัวเราะเพราะฮาจริง
แต่อีกหลายครั้งก็หัวเราะแบบขำขื่น
สิ่งที่ผู้กำกับเสียดสีประเทศบ้านเกิดตัวเอง
มันสร้างความระคายเคืองให้คนดูอย่างเราเช่นกัน
เมื่อนึกขึ้นได้ในฉับพลัน
ดอกไม้สวยจากประเทศเหล่านั้นก็ไม่เคยบานในบ้านเมืองเรา

ใครยังไม่ได้ดู และอยากดู ขอให้หยุดอ่านแค่บรรทัดนี้
เพราะต่อไปจะมีสปอยล์เนื้อหานะฮ้า

เนื้อหาหลักคือ
มัวร์บุกไปประเทศโน่นนั่นเพื่อยึดเอานโยบายดีๆ (ที่อเมริกาไม่มี)
แล้วบอกว่าจะนำกลับไปใช้ในบ้านตัวเอง

อิตาลี-วันหยุดของลูกจ้างแรงงานที่มีเหลือเฟือ
หยุดเพื่อพักร้อน หยุดเพื่อเลี้ยงลูก
เป็นวันหยุดที่ยังได้รับเงินเดือน
แถมไม่หยุดปีนี้ยังสะสมไปปีหน้าปีโน้นได้ด้วย
แต่ที่ถูกจริตเราคือ
โรงงานตัดเย็บเสื้อบ้านแบรนด์เนมให้พักเที่ยงสองชั่วโมง
คนงานก็เลยได้กลับไปทำกับข้าวกินแบบสดใหม่ที่บ้าน
แล้วค่อยกลับมาทำงานต่อในช่วงบ่าย

ฝรั่งเศส-เป็นเรื่องอาหารกลางวันในโรงเรียน
รายการอาหารวางแผนล่วงหน้าโดยเชฟ
มีครบทุกหมู่ เนื้อสัตว์ แป้ง ผัก ผลไม้ ของหวาน และชีส
เด็กกินอิ่มอร่อย ได้ประโยชน์
พร้อมกับเรียนรู้เรื่องต่างๆ ผ่านอาหาร เช่น มารยาทบนโต๊ะอาหาร
โดยใช้งบน้อยกว่าอาหารกลางวันในอเมริกาที่มีแต่แป้งและไขมัน
มัวร์เอาภาพถ่ายอาหารกลางวันของเด็กอเมริกันให้เด็กฝรั่งเศสดู
แต่ละคนทำหน้าแบบ นี่มันอะไร ไม่น่ากินเลย
คนนึงถึงกับบอก “นี่ไม่ใช่อาหาร”

นอร์เวย์-คุกที่บรรยากาศดี๊ดีและน่าอยู่
เป็นผลจากแนวคิดที่ว่า
การจำคุกไม่เท่ากับการลงโทษให้หลาบจำ
แต่หมายถึงการบำบัดหรือปรับพฤติกรรม
เพื่อให้ผู้ต้องขังกลับคืนสู่สังคมได้ อยู่ร่วมกับสังคมได้เมื่อพ้นโทษ
คนที่โดนคดีฆ่าคนก็เข้าครัวใช้มีดที่แปะเรียงเป็นตับทำอาหารได้
ผู้คุมจำนวนน้อย ไม่พกปืน แถมไม่กระทืบนักโทษด้วย
ผู้ต้องขังบางคนตั้งใจเรียนหนังสือและวางแผนว่า
พ้นโทษแล้วจะไปเป็นนักการเมือง…เอากับเค้าสิ
แถมที่นี่ยังไม่มีโทษประหารชีวิต มีแค่จำคุกสูงสุด 21 ปี

ตูนิเซียกับไอซ์แลนด์-เล่าประเด็นสิทธิสตรีในคนละมุมมอง
สโลวีเนีย-เรียนมหาวิทยาลัยฟรี นักศึกษาต่างชาติก็ยังฟรี
โปรตุเกส-ตำรวจไม่จับผู้ใช้ยาเสพติด

แต่ที่โดนใจเรามากที่สุดมี 2 ประเด็นใน 2 ประเทศ
หนึ่งคือเยอรมนี
ซึ่งเปิดเผยและยอมรับประวัติศาสตร์อันเลวร้ายของประเทศตัวเองอย่างตรงไปตรงมา
เด็กๆ ในโรงเรียนได้เรียนรู้เรื่องนาซีและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
พวกเขาต้องแบกรับมรดกการกระทำนี้ของคนรุ่นก่อน
เพื่อที่จะไม่ทำผิดพลาดซ้ำรอยอีก
เราว่าอันนี้สำคัญ อะไรจริงก็ว่าไปตามจริง
ไม่ใช่ปกปิด บิดเบือน อำพราง สร้างภาพ
ให้ประวัติศาสตร์สวยงามดูดีเหมือนไม่เคยมีข้อผิดพลาด
เพื่ออะไร…

อีกหนึ่งคือฟินแลนด์
ที่ปฏิรูประบบการศึกษาให้ดึงศักยภาพของเด็กออกมาได้
โดยชั่วโมงเรียนไม่มาก (เด็ก ป.1 เรียนสัปดาห์ละ 20 ชั่วโมง)
และใช้เวลาทำการบ้านแค่ไม่กี่นาที (หรือไม่มีเลย)
แต่ผลลัพธ์คือ เด็กฟินแลนด์สอบได้คะแนนดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
บรรดาคุณครูเล่าว่า นอกชั่วโมงเรียน
เด็กๆ จะทำอะไรก็ได้ที่พวกเขาสนใจและสนุก
แค่ปีนต้นไม้หลังเลิกเรียนและเจอแมลง
ก็เอามาคุยกันต่อเรื่องสิ่งมีชีวิตบนต้นไม้ได้แล้ว

ตอนนี้ที่นั่นไม่มีโรงเรียนเอกชน มีแต่โรงเรียนรัฐบาล
(แปลว่าเคยมีโรงเรียนเอกชนแต่เลิกไปแล้ว)
นั่นทำให้กลุ่มพ่อแม่ที่ฐานะดีออกมากดดันให้รัฐบาลพัฒนาคุณภาพโรงเรียนอย่างเป็นรูปธรรม
กลายเป็นว่า โรงเรียนที่ดีที่สุดคือโรงเรียนใกล้บ้าน
หนำซ้ำยังไม่มีการสอบเทียบมาตรฐานทั่วประเทศด้วยสิ
ระหว่างดูช่วงที่มัวร์บอกเล่าเรื่องการศึกษาในอเมริกากับบรรดาคุณครูฟินแลนด์แล้วเราน้ำตาไหล
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม
อาจเพราะสงสารตัวเองตอนเป็นเด็ก
สงสารเด็กไทยวันนี้ที่ส่วนใหญ่ยังเข้าไม่ถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ
หรืออะไรก็ไม่แน่ใจ
(ขอซับน้ำตาแป๊ป)

แต่ก็นั่นแหละ อย่างที่ป๋าไมเคิลสารภาพในช่วงท้ายๆ ว่า
เป็นเรื่องโลกสวย (Crazy Optimist)
ทำนองเดียวกับที่ออกตัวตั้งแต่ช่วงแรกว่า
จะเลือกเก็บเฉพาะ “ดอกไม้” โดยไม่สนใจ “วัชพืช”
คือในความโลกสวยนี้มันเกิดขึ้นได้จริงๆ นะเฟ้ย
และไม่ได้มาโดยง่ายดายเสียด้วย
เพราะมันล้วนเป็นผลลัพธ์จากการต่อสู้ ต่อรอง เรียกร้อง
ไปจนถึงการมองเห็นและให้ความสำคัญกับคุณค่าของชีวิต ฯลฯ ต่างหาก

แต่ขณะเดียวกันในความโลกสวยมันก็มีมุมที่หนังไม่ได้หยิบมาเสนอ
เช่น ตอนที่มัวร์สัมภาษณ์พ่อซึ่งสูญเสียลูกจากเหตุการณ์กราดยิงเยาวชนที่เข้าค่ายบนเกาะแห่งหนึ่งในนอร์เวย์แล้วผู้ต้องหาได้รับโทษจำคุกสูงสุด 21 ปี
พ่อรายนี้ตอบนิ่งๆ เนิบๆ เขาไม่ได้อยากฆ่ามือปืน
เขาไม่มีสิทธิทำอย่างนั้น ดูเหมือนเขาจะให้อภัยได้ แต่เขาไม่ลืมสิ่งที่เกิดขึ้น

เราไม่รู้หรอกว่าครอบครัวเหยื่อจะคิดเหมือนคุณพ่อคนนี้สักกี่มากน้อย
แต่มากูเกิ้ลย้อนอ่านข่าวคร่าวๆ ก็พบว่า
หลังเหตุการณ์นี้มีกระแสเรียกร้องให้ใช้โทษประหารชีวิตกับผู้ต้องหารายนี้ด้วยนะ
ดังนั้น ประเด็นอื่นๆ ที่หนังเล่าก็อาจมีการ “เลือกเล่า” เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เรายังรู้สึกชอบหนังเรื่องนี้อยู่ดี
มันคุ้มค่ามากกับการพาตัวเองจากบ้านนา
ไปนั่งดูหนังแถวที่สองในโรงเล็กๆ ของเซ็นทรัลเวิลด์เมื่อวานนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s