My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต


ผจญภัยในเงื่อนงำของอาหาร

pollan01
[ที่มาภาพ npr.org]

1.
ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ไม่นานก่อนโลกจะหมุนเข้าสู่ศตวรรษที่ 21
ชายวัยสี่สิบคนหนึ่งขับรถไปตามทางหลวงแคลิฟอร์เนียหมายเลข 5 เป็นครั้งแรก
บางช่วงของถนนตัดผ่านทุ่งปศุสัตว์ขนาดกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
เจ้าตัวยอมรับว่าบรรยากาศสองข้างทางออกจะหลอนพอสมควร
โดยเฉพาะ “กลิ่น” ซึ่งโผล่มาทักทายล่วงหน้าที่ระยะห่างเกือบ 5 กิโลเมตรจากต้นตอ

เขาอธิบายว่า มันเหม็นรุนแรงยิ่งกว่ากลิ่นน่ารังเกียจจากห้องน้ำชายเสียอีก
และเมื่อรถแล่นเข้าไปใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้น
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือฝูงวัวละลานตาเหมือนปูพรมกำลังเคลื่อนขึ้นมาบนถนน
โดยมีภูเขาสีเหลืองทองขนาดมหึมาของกองข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
และภูเขาสีดำทะมึนขนาดมหึมาพอๆ กันของมูลวัวเป็นแบ็คกราวน์

ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าต้นทางของเนื้อวัวอยู่ตรงนี้ เขารำพึงกับตัวเอง
อ่านเพิ่มเติม

Advertisements


ซัมเมอร์นี้ไม่มีไฟฟ้า

sustainable-joe02
[ที่มาภาพ facebook.com/SustainableJoes]

1.
ในสมัยที่คนค่อนโลกเกิดและเติบโตขึ้นมาพร้อมกับความสะดวกสบายในการใช้ไฟฟ้า
เรียกได้ว่าคุ้นเคยกับการเสียบปลั๊กเพื่อให้เครื่องไฟฟ้าทำงาน
และคุ้นชินกับการขับไล่ความมืดที่รวดเร็วทันใจเพียงกดสวิตซ์
คงไม่มีใครอยากสลัดตัวเองออกจากระบบกริดซึ่งป้อนกระแสไฟฟ้าต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง (ตราบที่ยังมีปัญญาจ่ายค่าไฟฟ้า)
เพราะนั่นหมายถึงความลำบากนานาจะกรูเข้ามาทักทายโดยพร้อมเพรียง

ไม่ต้องอะไรมาก แค่ไฟฟ้าดับสักสองสามชั่วโมง ชีวิตก็ปั่นป่วนจะแย่แล้วจริงไหม
เปิดคอมพิวเตอร์ทำงานไม่ได้ เปิดแอร์หรือพัดลมคลายร้อนไม่ได้
มือถือแบตหมดจะชาร์จยังไง (ถ้าไม่มีเพาเวอร์แบงก์)
ไหนจะของสดและไอติมที่แช่อยู่ในตู้เย็นอีกล่ะ

กระนั้น หนุ่มแคนาเดียนสองคนก็ยังตัดสินใจท้าทายตัวเอง
ด้วยการดำรงชีวิตโดยปฏิเสธไฟฟ้าระบบกริดเป็นเวลา 3 เดือนตลอดฤดูร้อนของปีนี้
อ่านเพิ่มเติม


1 ความเห็น

ชีวิตที่สมัครใจไร้เงิน

daniel 01
[ที่มาภาพ abcnews.go.com]

1.
“ใช้ชีวิตพรุ่งนี้และวันต่อๆ ไปโดยไม่มีเงินติดตัว”
อ่านข้อความนี้รอบเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นโจทย์ยาก
หลายคนไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการตัวเองในสภาพนั้นด้วยซ้ำ

ทว่าบนโลกใบเดียวกัน
ชาวอเมริกันที่ชื่อแดเนียล ซูโล (Daniel Suelo) สมัครใจเดินเข้าสู่ชีวิตซึ่งปราศจากเงินตรา
ด้วยสติสัมปชัญญะครบถ้วน ไม่ได้บ้า ไม่ได้เพี้ยน ไม่ได้ป่วยทางจิต
แถมอยู่รอดปลอดภัยมาได้เกือบ 13 ปีเต็มและยังยึดมั่นกับเงื่อนไขไร้เงินของตัวเองต่อไปเรื่อยๆ

“เงื่อนไขไร้เงิน” ที่เขากำหนดขึ้นแปลสั้นๆ ว่า เลิกพึ่งพาเงินและยุติความข้องเกี่ยวกับเงินตราทุกรูปแบบ
ซึ่งขยายความได้ว่า ไม่มีเงิน ไม่ทำอะไรแลกเงิน ไม่รับเงิน ไม่สะสมเงิน ไม่ใช้เงิน
รวมถึงไม่รับสวัสดิการพื้นฐานใดๆ ที่รัฐบาลสหรัฐฯ หยิบยื่นให้พลเมืองของตัวเอง เช่น คูปองอาหาร
โดยให้เหตุผลว่า มันแปลงร่างมาจากเงินภาษีของเพื่อนร่วมชาติ
ขณะที่เขาเองหยุดเสียภาษีนับตั้งแต่วันที่ตัดสินใจจะเป็นอิสระจากระบบเงินตรา

นอกจากนี้ยังปฏิเสธการแลกเปลี่ยนอาหารหรือสิ่งของใดๆ ด้วยเจตนาของการ “ให้” เพื่อ “รับ” บางอย่างกลับคืนมา
แต่จะให้และรับด้วยหัวใจเสรี (freely give and freely receive)
ไม่คาดหวังว่าให้แล้วจะต้องเป็นฝ่ายรอรับบ้างและไม่คาดหวังว่ารับแล้วจะต้องให้ตอบแทนบ้าง

แล้วแดเนียลอยู่กินอย่างไรในกรอบชีวิตที่ขีดขึ้นใหม่เอง…
อ่านเพิ่มเติม


ผู้บริโภคตัวจ้อยกับผู้ยิ่งใหญ่แห่งฟาสต์ฟู้ด

hannah-robertson 01
[ที่มาภาพ blogs.theprovince.com]

1.
“สิ่งหนึ่งซึ่งฉันคิดว่าไม่ยุติธรรมก็คือ
บริษัทใหญ่พยายามหลอกล่อให้เด็กๆ กินอาหารที่ไม่เหมาะสม โดยใช้ของเล่นและตัวการ์ตูนต่างๆ
ถ้าพ่อแม่ไม่ได้สอนลูกๆ เกี่ยวกับการรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ
เด็กเหล่านั้นก็อาจเชื่อว่า อาหารขยะดีสำหรับพวกเขาเพราะมันมักจะอร่อย”
แฮนนาห์ โรเบิร์ตสัน (Hannah Robertson) กล่าวอย่างฉะฉาน
ตามข้อความที่ตัวเองเขียนเตรียมเอาไว้

“มันคงจะดีทีเดียว หากคุณเลิกใช้กลยุทธ์กระตุ้นให้เด็กๆ รู้สึกอยากกินอาหารของคุณอยู่ตลอดเวลา
…มิสเตอร์ทอมป์สัน คุณไม่อยากให้เด็กๆ สุขภาพดี
เพื่อที่จะมีอายุยืนยาวและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขหรอกหรือ”
เธอคนเดิมปิดท้ายการพูดด้วยประโยคคำถาม
อ่านเพิ่มเติม


คุกกี้ เด็กหญิง และลิงอุรังอุตัง

cookies
[ที่มาภาพ mnn.com]

1.
แมดิสัน วอร์วา (Madison Vorva) และริแอนนอน ทอมทิสเช่น (Rhiannon Tomtishen)
เป็นเพื่อนซี้ร่วมชั้นเรียน ทั้งคู่เกิดและเติบโตในมลรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา
เรียกได้ว่าอยู่ห่างไกลคนละฟากโลกกับป่าฝนเขตร้อนบนเกาะบอร์เนียวและเกาะสุมาตรา
ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยตามธรรมชาติของบรรดาลิงไร้หางที่มีขนหยาบสีน้ำตาลแดงปกคลุมร่างกายอันใหญ่โต
เด็กหญิงสองคนกับลิงอุรังอุตังจึงเป็นชีวิตต่างสายพันธุ์ที่ไม่น่าจะข้องเกี่ยวหรือโคจรมาเจอกันโดยง่าย

แต่เมื่อแมดิสันและริแอนนอนในฐานะเกิร์ลสเก๊าท์ต้องทำโครงงานเพื่อส่งเข้าชิง Girl Scout Bronze Award
รางวัลซึ่งจะมอบให้กับเด็กหญิงผู้ทำงานรณรงค์สร้างจิตสำนึกแก่ชุมชนในประเด็นอะไรก็ได้ที่ตัวเองสนใจเป็นพิเศษ
เธอสองคนจึงจับมือกันเผยแพร่ความรู้เรื่องชะตากรรมของลิงอุรังอุตังและป่าฝนเขตร้อนแก่เด็กๆ ในท้องถิ่น

ด้วยเหตุผล…ที่ทั้งคู่รักสัตว์เป็นพื้นฐาน
แถมยังได้แรงบันดาลใจจาก ดร.เจน กู๊ดออล (Jane Goodall)
ผู้ที่ทุ่มเททำงานศึกษาพฤติกรรมและการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและครอบครัวของเหล่าชิมแพนซี
ในเขตอุทยานของประเทศแทนซาเนียมานานกว่า 50 ปี
อ่านเพิ่มเติม


เด็กชายขายขยะ

vanis 01
[ที่มาภาพ myrecycler.org]

1.
วานิส บัคฮอลซ์ (Vanis Buckholz) เด็กชายอเมริกันวัย 10 ขวบ
อาศัยอยู่ที่เมืองโคโรนา เดล มาร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย นอกจากกำลังเรียนอยู่เกรด 4 แล้ว
เขายังเป็นเจ้าของธุรกิจคัดแยกขยะเพื่อส่งขายโรงงานรีไซเคิลอีกด้วย
…ประโยคสุดท้ายนี่เองที่ทำให้เด็กชายธรรมดาๆ เปล่งประกายความน่าสนใจขึ้นมาฉับพลัน

“รีไซเคิล” เราได้ยินคำนี้ครั้งแรกเมื่อไหร่และรู้สึกกับมันอย่างไร
ขอสารภาพอย่างไม่อายว่า จำอะไรไม่ได้เลย
ตรงกันข้ามกับเด็กชายวานิส
กิจกรรมที่โรงเรียนจูงมือเขาไปรู้จักกับศัพท์สิ่งแวดล้อมนี้เป็นครั้งแรกเนื่องในวันคุ้มครองโลก (Earth Day)
ตอนนั้นเขาอายุเพียง 7 ขวบและเริ่มขบคิดว่าตัวเองควรลงมือทำอะไรสักอย่าง
เมื่อกลับมาตั้งคำถามกับพ่อแม่ “ทำไมพวกเราไม่ช่วยกันรีไซเคิล”
มิสเตอร์เดฟ ผู้เป็นพ่อ สังเกตเห็นแววความสนใจของลูกชาย
จึงให้การสนับสนุนเต็มที่ “เอาสิ เรามาช่วยกัน มันไม่ยากเลย”
อ่านเพิ่มเติม


สู้เพื่อป่าโบราณและสิทธิพื้นฐานภาคประชาชน

Chirikova02
[ที่มาภาพ foreignpolicy.com]

1.
เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นจากเครื่องหมายกากบาทสีแดง
ที่ปรากฏอยู่บนต้นไม้หลายต้นในป่าคิมกิ (Khimki Forest)
เอฟจิเนีย ชิริโควา (Yevgenia Chirikova) ซึ่งกำลังตั้งท้องลูกคนที่สอง
สังเกตเห็นร่องรอยพิลึกเหล่านี้ในช่วงฤดูร้อนปี 2007 ระหว่างพาลูกสาวคนโตวัย 5 ขวบไปเดินเล่น

เมื่อมิอาจเพิกเฉยต่อคำถามในใจ
จึงเลือกกำจัดข้อสงสัยของตัวเองผ่านการสืบค้นทางอินเตอร์เน็ต
นั่นไม่เพียงทำให้เธอเข้าถึงข้อมูลที่ว่า รัฐบาลรัสเซียกำลังดำเนินโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์
ขนาด 10 เลนจากกรุงมอสโกมุ่งสู่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
แต่ยังเจอกับสิ่งเลวร้ายกว่าก็คือ นับตั้งแต่กิโลเมตรที่ 15 ถึงกิโลเมตรที่ 58 ของทางหลวงสายนี้
ซึ่งคิดเป็นระยะทาง 43 กิโลเมตรจากทั้งหมด 650 กิโลเมตร
ถูกขีดลากให้ตัดผ่านใจกลางของป่าคิมกิ

“เป็นไปไม่ได้” เอฟจิเนียยังจำคำรำพึงแรกได้ดี
หลังรับรู้ว่าต้นไม้ทั้งหมดที่มีกากบาทสีแดงจะถูกตัดโค่นในไม่ช้า
อ่านเพิ่มเติม