My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต


3 ความเห็น

“The Animals Save the Planet”…ย้ำเตือนสำนึกรักษ์โลก

“The Animals Save the Planet” เป็นสื่อรณรงค์เรื่องโลกร้อน
ที่ยอดเยี่ยมติดอันดับต้นๆ ในใจเรา และน่าจะรวมถึงในใจของใครๆ อีกหลายคน
ที่เคยผ่านสายตากับอะนิเมชั่นสั้นๆ ชุดนี้ ซึ่งแพร่ภาพทาง Animal Planet

animalssavetheplanet
source : http://animalssavetheplanet.com/

เพราะเป็นช่องโทรทัศน์ที่โด่งดังมาจากการนำเสนอสารคดีชีวิตสัตว์ทั่วทุกมุมโลก
จึงไม่น่าแปลกใจที่สัตว์หลากหลายชนิดจะได้รับคัดเลือกให้มาเป็นตัวเอก
ในการบอกเล่ากลเม็ดเคล็ดไม่ลับเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เช่น การประหยัดน้ำ การประหยัดพลังงาน การลดใช้เชื้อเพลิง รวมถึงการทิ้งขยะ

และเมื่อคอนเซ็ปต์สัตว์รักษ์โลกตกมาอยู่ในมือของ Aardman Animations studio
ซึ่งโด่งดังมาจากการ์ตูนอะนิเมชั่นเรื่อง Chicken Run และ Wallace & Gromit
งานชิ้นนี้จึงนำเสนอผ่านเทคนิคดินปั้นที่เต็มไปด้วยความสดใสน่ารัก
แฝงไว้ด้วยมุขขำขันที่จะทำให้คนดูเผลออมยิ้มไปตามๆ กัน
อ่านเพิ่มเติม

Advertisements


16 ความเห็น

ทัอถกใยฝ้ายปลอดสารเป็นผ้าอ้อมเกษตรอินทรีย์

organic-cotton-04.jpg
มูลนิธิสายใยแผ่นดินและสหกรณ์กรีนเนท เอื้อเฟื้อภาพ

ภาพข้างบนคือผลผลิตฝ้ายที่พร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยว
เห็นอย่างนี้ คงรู้สึกว่า “ก็เหมือนๆ กับฝ้ายในไร่ทั่วๆ ไปนั่นแหละ”
ทั้งที่ความจริงแล้วมันพิเศษกว่านั้นเยอะ

อย่างแรกเลย มันเป็นฝ้ายที่ปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์
ซึ่งหมายความว่า ปฏิเสธการใช้สารเคมีอย่างสิ้นเชิง
ไม่เพียงยาฆ่าแมลง หรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
แต่รวมไปถึงปุ๋ยเคมีบำรุงดินด้วย

อย่างที่สอง มันเป็นไร่ที่ปลูกฝ้ายผสมผสานกับพืชอื่นๆ
เช่น พริก มะเขือ ข้าวโพด ฯลฯ
อันเป็นผลดีต่อความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศบริเวณนั้น

ทั้งสองประการข้างต้น ทำให้ไร่ฝ้ายแห่งนี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจริงๆ
อยากรู้ไหมว่ามันอยู่ที่ไหน ใครเป็นคนปลูก
แล้วทำไมต้องเป็นการปลูกฝ้ายแบบเกษตรอินทรีย์
คำตอบมีอยู่แล้วในบรรทัดถัดไป
อ่านเพิ่มเติม


6 ความเห็น

ย่างก้าวที่ยั่งยืนของชาวแม่กำปอง

๑.
คนกลุ่มแรกที่บุกเบิกเข้ามาในหมู่บ้านแม่กำปองเมื่อประมาณ ๒๐๐ ปีก่อน
พบว่าบริเวณนี้เหมาะสมกับการปลูกต้นเมี่ยง
–พืชตระกูลชาซึ่งเติบโตได้ดีบนภูเขาซึ่งดินมีสภาพเป็นกรดเล็กน้อยและอากาศแห้งสลับชื้น–
จึงลงหลักปักฐานทำสวนเมี่ยงกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

พวกเขาไม่ได้ตัดถางป่าจนเหี้ยนเตียนเพื่อปลูกเมี่ยงในลักษณะของสวนเกษตรเชิงเดี่ยว
แต่เลือกที่จะปลูกเมี่ยงใต้ร่มเงาของต้นไม้ในป่าธรรมชาติ
โดยปฏิเสธการพึ่งพาปุ๋ยเคมีและสารกำจัดศัตรูพืช
นี่จึงเป็นระบบนิเวศเกษตรที่ผสมผสานกับผืนป่าและช่วยรักษาสมดุลธรรมชาติได้เป็นอย่างดี
มรดกแห่งการงานถูกส่งมอบจากรุ่นสู่รุ่น จวบจนปัจจุบันสวนเมี่ยงก็ยังเป็นแหล่งสร้างรายได้หลักให้แก่ชาวแม่กำปอง

เมื่อแดดแรกของยามเช้าสาดส่อง ชาวบ้านจะเดินทางไปยังสวนเมี่ยงของตน
และกลับมาถึงบ้านพร้อมใบเมี่ยงอ่อนเต็มกระบุงในช่วงเย็น
จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการนึ่งใบเมี่ยงบนเตาไฟ รอจนสุกจึงมัดใบเมี่ยงเป็นกำขนาดเท่าๆ กัน
เพื่อเรียงลงถังหมักในเช้าวันรุ่งขึ้น ทิ้งไว้ ๓-๔ เดือนค่อยนำออกขายเป็น “เมี่ยงส้ม” อันขึ้นชื่อของหมู่บ้าน

maekumpong-04.jpg

maekumpong-05.jpg

อ่านเพิ่มเติม