My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต


บนเส้นทางเชื้อเพลิงฟอสซิล

ชีวิตคนเมืองอย่างพวกเราเสพติดเชื้อเพลิงฟอสซิลกันไปหมดแล้ว…

มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะสามสหายเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างถ่านหิน น้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติ
เป็นแหล่งพลังงานหลักที่ทำให้เรามีไฟฟ้าใช้และเดินทางไปไหนต่อไหนได้โดยสบายสะดวก

ว่าแต่…เคยแว่บคิดกันบ้างไหม กว่าจะมาผูกพันใกล้ชิดชีวิตประจำวันของผู้คนถึงเพียงนี้
เชื้อเพลิงฟอสซิลผ่านเส้นทางความเป็นมาอย่างไรและกำลังจะเดินหน้าไปในทิศทางใดต่อ

คำตอบย่อยง่ายซ่อนอยู่ในคลิปวิดีโอที่ชื่อ
“The Ultimate Roller Coaster Ride : An Abbreviated History of Fossil Fuel”
สร้างสรรค์โดย Post Carbon Institute สถาบันที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อผลักดันให้สังคม
เปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน ความเท่าเทียม และสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21

คลิปนี้พยายามสื่อสารประวัติศาสตร์ฉบับย่อ (มาก) ของเชื้อเพลิงฟอสซิลภายใน 300 วินาที
เปิดเรื่องโดยพาย้อนไปไกลโพ้นตั้งแต่ปรากฏการณ์บิ๊กแบง (Big Bang) หรือการระเบิดครั้งใหญ่ของจักรวาล
ตามด้วยการก่อร่างของโลกเมื่อประมาณ 4.5 พันล้านปีก่อน แล้วจึงตัดฉับมาสู่ยุคกลาง

หลังจากที่ชาวอังกฤษแห่ตัดไม้ใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิงจนต้นไม้เริ่มร่อยหรอ
พวกเขาก็เป็นหนึ่งในชนชาติแรกๆ ที่หันมาบุกเบิกพลังงานจากถ่านหิน
โดยช่วงเริ่มต้นคนงานเหมืองขุดได้เฉพาะถ่านหินระดับใกล้ผิวดิน
เนื่องจากส่วนที่ฝังอยู่ลึกลงไปนั้นนอนจมน้ำใต้ดินอยู่ทั้งสิ้น
อ่านเพิ่มเติม


3 ความเห็น

เรื่องไม่เล็กของ “อิเล็ก”

แม้ “The Story of Stuff” จะเรียกยอดคลิกของผู้เข้าชมไปแล้วมากกว่า 12 ล้านครั้ง
เจ้าแม่คลิปรณรงค์สิ่งแวดล้อมอย่างแอนนี่ เลนนาร์ด (Annie Leonard)
ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์สื่อรณรงค์สุดเจ๋ง โดยล่าสุดปล่อย “The Story of Electronics”
ออกมาเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

คราวนี้เธอเลือกตีแผ่วงจรพ่นพิษของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
รวมถึงเล่ห์การตลาดที่ผู้ผลิตกำหนด ซึ่งเมื่อผู้บริโภคเดินตามด้วยความไม่เท่าทัน
มันเลยกลายเป็นพฤติกรรมทำร้ายโลกขนานใหญ่และกำลังเกิดขึ้นด้วยอัตราทวีคูณอยู่ในขณะนี้

แอนนี่เปิดเรื่องพร้อมสารพัดสายชาร์จที่พันกันจนยุ่งเหยิงอยู่ในมือ
นี่ขนาดไม่ได้วิ่งตามเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด นี่ขนาดใช้งานอุปกรณ์ทุกชิ้นจนเจ๊งคามือ
หรือกระทั่งมันล้าสมัยถึงขีดสุดชนิดที่ใช้งานร่วมกับใครไม่ได้แล้ว ยังมีสายชาร์จปลดระวางเยอะถึงเพียงนี้

ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะยุทธศาสตร์สำคัญของผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
ซึ่งแอนนี่เรียกมันว่า “designed for the dump”
หรือการออกแบบข้าวของต่างๆ ให้มีอายุการใช้งานลดลงและถูกทิ้งขว้างเร็วขึ้น ด้วยกลยุทธ์…
อ่านเพิ่มเติม


6 ความเห็น

เรา เขา เฟซบุ๊ก ถ่านหิน

ราวสองสัปดาห์ก่อนที่ภาพยนตร์ “The Social Network” จะเข้าฉายในอเมริกาเมื่อต้นเดือนตุลาคม
องค์กรรณรงค์สิ่งแวดล้อมระดับโลกอย่างกรีนพีซเผยแพร่คลิป “The SoCoal Network” สู่โลกอินเตอร์เน็ต
โดยพุ่งเป้าไปที่มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก และการตัดสินใจของเขาที่เลือกถ่านหิน
เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ไซซ์ยักษ์ของเฟซบุ๊กที่จะเปิดใช้งานในช่วงต้นปี ๕๔

“The SoCoal Network” สื่อสารผ่านการ์ตูนลายเส้นประกอบเสียงเล่าของเด็กชาย
เปิดเรื่องด้วยหนุ่มฮาร์วาร์ดที่แสนฉลาดแต่ไร้เพื่อน
จึงใช้ความเนิร์ดและปมเพื่อนไม่คบเป็นแรงผลักในการคิดลงมือสร้างเครือข่ายสังคมออนไลน์
…ที่สามารถเพิ่มจำนวนเพื่อนได้ง่ายเพียงคลิกเมาส์

สุดท้ายกลายเป็น Facebook ที่ได้รับความนิยมล้นหลามจากผู้คนทั่วโลก
มันพาหนุ่มมาร์กพุ่งพรวดสู่ความสำเร็จ ขึ้นแท่นเศรษฐีหน้าใหม่เพียงชั่วข้ามปี
และไม่มีเพื่อนคนไหนแกล้งเขาได้อีกเลย
อ่านเพิ่มเติม


6 ความเห็น

เรื่องไม่เร้นของน้ำในขวด

น้ำดื่มบรรจุขวดออกวางขายในท้องตลาดเป็นครั้งแรกเมื่อประมาณ 30 กว่าปีที่แล้ว
มันสร้างความประหลาดใจแก่ผู้คนจำนวนไม่น้อย

ด้วยในขณะนั้นน้ำมีสถานภาพเป็นทรัพยากรสาธารณะแบบเต็มขั้น
ทุกคนสามารถตวงตักกักเก็บไว้ดื่มกินและชำระล้างได้แบบฟรีๆ
ทั้งจากสายฝนโปรยปราย จากแม่น้ำลำคลอง จากบ่อน้ำบาดาล
มิหนำซ้ำหลายต่อหลายเมืองยังวางระบบประปาส่งน้ำตามท่อมาถึงบ้าน
คนเมืองจึงเข้าถึงน้ำได้ง่ายเพียงเปิดก๊อก แม้ต้องจ่ายค่าความสะดวกก็ยังนับว่าถูกแสนถูก
…แล้วใครกันที่จะยอมควักกระเป๋าเพื่อซื้อน้ำดื่ม

เวลาเคลื่อนผ่านมาถึงปัจจุบัน แนวความคิดเรื่องน้ำเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ผู้คนเข้าถึงได้
โดยเสรีตามหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานยังคงอยู่
แม้ในบางพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำหรือเกิดภาวะแย่งชิงน้ำจะเริ่มมีบริษัทเอกชนเข้าไปผูกขาด
การจัดหาน้ำและขายในราคาแพงกว่าน้ำประปาอยู่บ้าง

แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนกว่านั้นก็คือ
การซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติกกลายเป็นพฤติกรรมปกติของคนทั่วโลก
…ไม่มีใครแปลกใจกับสินค้าชิ้นนี้อีกแล้ว

มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?
แอนนี่ เลนนาร์ด (Annie Leonard) ผู้โด่งดังจาก “The Story of Stuff
และ “The Story of Cap and Trade” กลับมาตอบคำถามดังกล่าว
ด้วยการเดี่ยวไมค์ประกอบอะนิเมชั่นการ์ตูนลายเส้น “The Story of Bottled Water”
ซึ่งเผยแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ตเมื่อ 22 มีนาคมที่ผ่านมา เนื่องในวันน้ำโลก


อ่านเพิ่มเติม


ไม่เห็นไม่ใช่ไม่มี

อะไรที่มองไม่เห็นหรือไม่อยู่ในรัศมีของสายตา คนส่วนใหญ่มักละเลยการให้ความสำคัญ
และอาจเขยิบไปถึงขั้นหลงลืมที่จะรู้สึกรู้สากับสถานภาพการมีอยู่ของมัน

ทั้งที่หลายต่อหลายครั้ง ผลลัพธ์สุดท้ายจากการปล่อยปละย่อมหมายถึงความเดือดร้อน
ที่วกกลับมาสู่พวกเรา และเมื่อถึงเวลานั้นก็อาจย่ำแย่เกินจะแก้ไขได้ทันการณ์

หนึ่งใน “อะไรที่มองไม่เห็น” ที่เข้าข่ายวงจรความเป็นไปดังกล่าวก็คือ “ขยะ”
ซึ่งนับวันจะขยันทิ้งกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะยิ่งเมื่อวิถีเศรษฐกิจบริโภคนิยมเคลื่อนเข้า
ครอบงำสังคมโลก รวมทั้งกระตุ้นพฤติกรรมการโยนทิ้งของผู้บริโภค
ให้เกิดขึ้นง่ายและบ่อยกว่าในอดีต
อ่านเพิ่มเติม


บินเยอะไปรึเปล่า

มีอะไรบางอย่างกำลังหล่นจากท้องฟ้า มันพุ่งดิ่งตามแรงโน้มถ่วงโลกสู่เมืองที่เต็มไปด้วยตึกสูง
เมื่อกล้องซูมเข้าไปใกล้ จึงเห็นอิริยาบทการตกที่สมจริงได้อย่างชัดเจน
กระทั่งสุดท้ายลงมานอนแน่นิ่งอยู่บนฟุตบาธ บนพื้นถนน บนซากรถยนต์ที่บุบบี้

ไม่ต้องมีบทบรรยายใดๆ แค่เสียงแหวกอากาศของเครื่องบิน
และข้อความสั้นในตอนท้ายว่า

ผู้โดยสารแต่ละคนบนเที่ยวบินในยุโรปหนึ่งเที่ยว
มีส่วนร่วมปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า ๔๐๐ กิโลกรัม
…มากพอๆ กับน้ำหนักของหมีขาวขั้วโลกที่โตเต็มวัย ๑ ตัว

อ่านเพิ่มเติม


2 ความเห็น

เล่นแร่แปรคาร์บอน

หลังจากสร้าง “The Story of Stuff” ภาพยนตร์อะนิเมชั่น
ตีแผ่ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากกลไกการตลาดยุคบริโภคนิยม
ซึ่งปล่อยออกมาตั้งแต่เมื่อต้นปี 2551 และได้เสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยม
จากผู้ชมทางอินเทอร์เน็ตหลายล้านคนทั่วโลก

แอนนี่ เลนนาร์ด (Annie Leonard) และทีมงานกลับมาสื่อสารสู่สังคมออนไลน์
ด้วยภาพเคลื่อนไหวของการ์ตูนลายเส้นประกอบการบรรยายอีกครั้งเมื่อต้น ธ.ค. ที่ผ่านมา คราวนี้เธอกระตุ้นให้ผู้คนได้ฉุกคิดถึงวาระที่ซ่อนเร้นอยู่ในความพยายามบรรเทาวิกฤตโลกร้อน
ของบรรดาผู้นำประเทศและภาคธุรกิจอุตสาหกรรม
ด้วยการจำกัดสิทธิการปล่อยคาร์บอนและการซื้อขายคาร์บอน
หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “Cap & Trade”

เหมือนจะซับซ้อนและยุ่งยาก ทว่าแอนนี่ช่วยให้มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายขึ้นมาก
และแม้เธอจะเล่าโดยอ้างอิงข้อมูลของสหรัฐฯ เป็นหลัก
แต่เราๆ ท่านๆ ในประเทศไทยก็ควรจะรู้เท่าทันประเด็นเหล่านี้บ้าง
เพราะวิกฤตโลกร้อนเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับสากล ไม่ว่าผู้นำชั้นแนวหน้าของโลกและผู้เกี่ยวข้องโดยตรงจะตัดสินใจหรือลงมือจัดการเรื่องนี้อย่างไร
สุดท้ายแล้วย่อมส่งผลกระทบถึงทุกคน
การเฝ้ามองการทำงานของพวกเขาอยู่ห่างๆ จึงดีกว่าปล่อยปละละความสนใจไปเลย

คลิปสารคดี “The Story of Cap & Trade” ความยาวเกือบ 10 นาที
เปิดเรื่องด้วยความรู้สึกเบาใจของใครหลายๆ คน
เมื่อเห็นผู้นำโลกหารือพูดคุยกันถึงหนทางหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
แวบแรกแอนนี่ก็คิดเช่นนั้น แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดกลับได้กลิ่นตุๆ ของการฉวยประโยชน์จากปัญหาระดับโลก

เพราะ Cap & Trade* (บางครั้งก็เรียก Emission Trading หรือ Carbon Trading)
ที่พวกเขาคิดว่าเป็นทางออกปัจจุบันของวิกฤตโลกร้อนที่จะมาถึงในอนาคต
เธอขอแสดงความเห็นในมุมต่างว่า มันกำลังสร้างปัญหาใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม
แถมยังไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้
อ่านเพิ่มเติม